วันพฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2567

คุฏบะฮ์ - อัลกุรอานกับเราะมะฎอน - ซุฟอัม อุษมาน

 



 ฟังคุฏบะฮ์นี้ได้จาก YouTube

คุฏบะฮ์ - อัลกุรอานกับเราะมะฎอน - ซุฟอัม อุษมาน (youtube.com)

หรือบน SoundCloud

Stream คุฏบะฮ์ - อัลกุรอานกับเราะมะฎอน - ซุฟอัม อุษมาน by e-Daiyah | Listen online for free on SoundCloud


พี่น้องมุสลิมผู้ร่วมละหมาดวันศุกร์ที่อัลลอฮ์เมตตาทุกท่าน

เวลานี้คงไม่มีคำกล่าวใดจะเหมาะสมมากไปกว่าการแสดงความยินดีกับบรรดาผู้ศรัทธาทุกคนที่เดือนเราะมะฎอนเดินทางมาถึงแล้ว เราได้ร่วมต้อนรับเดือนอันประเสริฐยิ่งในรอบปี อะฮ์ลัน เราะมะฎอน, อะฮ์ลัน ชะฮ์ร็อลกุรอาน แสดงความยินดีที่เราได้ต้อนรับเดือนเราะมะฎอนที่คิดถึง เดือนแห่งการประทานอัลกุรอาน เดือนแห่งความบะเราะกะฮ์อันเปี่ยมล้น

 

พี่น้องครับ

ทำไมผู้ศรัทธามีความยินดีเมื่อได้ยินข่าวเราะมะฎอนมาถึง ทำไมเรารู้สึกดีใจและรู้สึกตื่นเต้นเมื่อรู้ว่าเราะมะฎอนใกล้เข้าแล้ว แน่นอนที่สุด สำหรับคนที่รู้และเข้าใจ เขาจะรู้ดีว่าเราะมะฎอนมีคุณค่ามากที่สุดสำหรับชีวิตของเขา นั่นคือเหตุที่ทำให้เขารู้สึกยินดีและอยากจะเจอกับเดือนเราะมะฎอน

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เองก็มีความยินดีเมื่อเราะมะฎอนมาถึง ท่านเองได้บอกข่าวแก่บรรดาเศาะหาบะฮ์ของท่าน แจ้งข่าวดีนี้ให้กับประชาชาติของท่านได้ร่วมแสดงความยินดีในการต้อนรับเดือนอันประเสริฐนี้

หะดีษที่รายงานจากอบู ฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮ์ เล่าจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่า

«إِذا جَاءَ رَمَضَانُ، فُتِّحَتْ أَبْوَابُ الجنَّةِ، وغُلِّقَت أَبْوَابُ النَّارِ، وصُفِّدتِ الشياطِينُ». [البخاري 3277 ومسلم 1079]

ความว่า “เมื่อเราะมะฎอนมาถึง ประตูสวรรค์จะถูกเปิดอย่างกว้างขวาง ประตูนรกจะถูกปิดมิดชิด และชัยฏอนจะถูกล่ามโซ่ตรวน” (บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ และ มุสลิม)

ประตูสวรรค์ถูกเปิด สวรรค์ที่มีทุกอย่างที่มนุษย์ปรารถนาอยู่ในนั้น สวรรค์ที่เป็นจุดหมายปลายทางของหัวใจผู้ศรัทธาทุกคนที่ล้วนถวิลหาการกลับไปยังสถานที่อันบรมสุขแห่งนั้น สวรรค์ที่ไม่มีความทุกข์ ไม่มีบททดสอบ ไม่มีภยันตรายใดๆ ทั้งคำพูด ทั้งวาจา ทั้งใจ ทั้งกาย ทุกการกระทำในสวรรค์คือสิ่งที่เราทุกคนแสวงหาทั้งสิ้น เมื่อเราะมะฎอนมาถึง ประตูสวรรค์ทั้งหมดจะถูกเปิด ไม่มีบานใดที่ปิดเลย อัลลอฮุอักบัร !

ในขณะที่ประตูนรกนั้นถูกปิดหมด ไม่ให้มีเรื่องราวที่จะทำร้ายความรู้สึกและกำลังใจผู้ศรัทธาในการปฏิบัติความดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งศัตรูตัวฉกาจของพวกเขา นั่นคือ ชัยฏอน ที่คอยทำลายความตั้งใจและอะมัลของพวกเขา อัลลอฮ์จะล่ามชัยฏอนไม่ให้มีความอิสระในการฉุดรั้งความดีของผู้ศรัทธาในเดือนเราะมะฎอน

นี่คือคุณค่าที่เราทุกคนทราบดี และมีคุณค่าอีกมากมายที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้แจ้งให้เราทราบผ่านหะดีษของท่าน คำถามก็คือ เราเคยสงสัยไหมว่าเหตุใดเราะมะฎอนจึงมีคุณค่ามากมายเพียงนี้? คุณค่าเป็นสิบเป็นร้อยในเดือนเราะมะฎอนทำไมถึงไม่ปรากฏในเดือนอื่น ทำไมถึงมีเฉพาะในเดือนเราะมะฎอน แน่นอนมันย่อมต้องมีสาเหตุที่ทำให้มันประเสริฐขนาดนี้ และสาเหตุดังกล่าวนั้นคงอยู่ไม่ไกลถ้าหากเราจะบอกว่า นี่แหละคือต้นตอที่ทำให้เราะมะฎอนมีคุณค่ามีความประเสริฐมากมายเหลือเกิน

นั่นเป็นเพราะว่า เราะมะฎอน มีค่ำคืนหนึ่งที่มีความพิเศษกว่าค่ำคืนทั้งมวล เป็นค่ำคืนที่มีเหตุการณ์ยิ่งใหญ่เกิดขึ้น ค่ำคืนที่อัลลอฮ์ได้บอกกับเราว่า

﴿ إِنَّآ أَنزَلۡنَٰهُ فِي لَيۡلَةِ ٱلۡقَدۡرِ 1 ﴾ [القدر: 1] 

ความว่า “แท้จริงแล้ว เราได้ประทานมัน(อัลกุรอาน)ลงมาในค่ำคืนลัยละตุลก็อดร์” (อัล-ก็อดร์  1)

ค่ำคืนที่คัมภีร์อัลกุรอานถูกประทานลงมาในคืนนั้น คือค่ำคืนที่อยู่ในเดือนเราะมะฎอน และเป็นค่ำคืนแห่งความบะเราะกะฮ์มีความประเสริฐอันมากมาย

﴿ إِنَّآ أَنزَلۡنَٰهُ فِي لَيۡلَةٖ مُّبَٰرَكَةٍۚ إِنَّا كُنَّا مُنذِرِينَ 3 ﴾ [الدخان: 3] 

ความว่า “แท้จริงแล้ว เราได้ประทานมัน(อัลกุรอาน)ลงมาในค่ำคืนหนึ่งที่ล้นยิ่งด้วยบะเราะกะฮ์ แท้จริงแล้ว เราเป็นผู้ให้ข่าวตักเตือน” (อัด-ดุคอน 3)

ตัวอัลกุรอานเองนั้นเป็นคัมภีร์ที่เต็มไปด้วยบะเราะกะฮ์ อัลลอฮ์ตรัสว่า

﴿ كِتَٰبٌ أَنزَلۡنَٰهُ إِلَيۡكَ مُبَٰرَكٞ لِّيَدَّبَّرُوٓاْ ءَايَٰتِهِۦ وَلِيَتَذَكَّرَ أُوْلُواْ ٱلۡأَلۡبَٰبِ 29 ﴾ [ص: 29] 

ความว่า “คัมภีร์ที่เราประทานลงมาแก่เจ้านั้นเป็นคัมภีร์ที่เปี่ยมยิ่งด้วยบะเราะกะฮ์ เพื่อให้พวกเขาได้พินิจใคร่ครวญโองการของมัน และเพื่อให้บรรดาผู้มีปัญญาได้ระลึกถึงบทเรียน” (ศอด 29)

คัมภีร์ที่บะเราะกะฮ์ ถูกประทานลงมาในค่ำคืนที่บะเราะกะฮ์ เพราะฉะนั้นเราจึงเรียกเดือนเราะมะฎอน เดือนแห่งการประทานอัลกุรอานว่า เราะมะฎอน มุบาร็อก เราะมะฎอนที่เปี่ยมไปด้วยบะเราะกะฮ์ ซึ่งเราอาจจะพูดได้ว่าสาเหตุที่ทำให้เราะมะฎอนเปี่ยมไปด้วยบะเราะกะฮ์ก็เพราะอัลกุรอานุลกะรีม

 

พี่น้องครับ

อัลกุรอานคือเหตุที่เราควรจะต้องยินดีและเบิกบานใจ หากมีเหตุใดเหตุหนึ่งที่ผู้ศรัทธาจะต้องรู้สึกปลื้มปิติอย่างล้นหลามด้วยแล้ว ย่อมต้องเป็นอัลกุรอานนี่แหละที่พวกเขาจะต้องรู้สึกยินดีเป็นที่สุดในชีวิต ไม่มีสิ่งใดที่เราจะต้องดีใจมากไปกว่าการที่เราได้รับอัลกุรอานที่ถูกประทานลงมาเป็นของขวัญให้กับมนุษยชาติทั้งปวง อัลลอฮ์ สุบหานะฮูวะตะอาลา ได้ตรัสว่า

﴿ يَٰٓأَيُّهَا ٱلنَّاسُ قَدۡ جَآءَتۡكُم مَّوۡعِظَةٞ مِّن رَّبِّكُمۡ وَشِفَآءٞ لِّمَا فِي ٱلصُّدُورِ وَهُدٗى وَرَحۡمَةٞ لِّلۡمُؤۡمِنِينَ 57 قُلۡ بِفَضۡلِ ٱللَّهِ وَبِرَحۡمَتِهِۦ فَبِذَٰلِكَ فَلۡيَفۡرَحُواْ هُوَ خَيۡرٞ مِّمَّا يَجۡمَعُونَ 58 ﴾ [يونس: 57،  58] 

ความว่า “โอ้มนุษย์ทั้งหลาย แท้จริงโอวาทจากพระผู้อภิบาลของพวกเจ้าได้มาถึงยังพวกเจ้าแล้ว มันเป็นโอสถเยียวยาให้แก่สิ่งที่อยู่ในหัวอก เป็นทางนำและความเมตตาแก่บรรดาผู้ศรัทธา จงกล่าวเถิด(มุหัมมัด)ด้วยความโปรดปรานของอัลลอฮ์และความเมตตาของพระองค์นั้นให้พวกเขาได้แสดงความยินดีปรีดา มันย่อมดีกว่าสิ่งที่พวกเขาแสวงหารวบรวม” (ยูนุส 57-58)

ในสองอายะฮ์นี้ อัลลอฮ์เรียกมนุษย์ทุกคน ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ศรัทธา เป็นอายะฮ์ที่ให้คุณลักษณะของอัลกุรอานได้อย่างงดงามมาก อัลกุรอานคือคำพูดดีๆ ที่เตือนใจซึ่งมาจากพระผู้เป็นเจ้า เป็นสารมาจากอัลลอฮ์ ไม่ใช่คำพูดของสิ่งถูกสร้างที่ต่ำต้อยที่ไหน แต่เป็นคำพูดของพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก

อัลกุรอานเป็นโอสถเยียวยาที่ชโลมหัวใจซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ เวลาที่หัวใจของเราห่อเหี่ยวหดหู่เรามักจะหาคำพูดดีๆ ของผู้อื่นมาสร้างกำลังใจ แต่เราเคยคิดไหมว่ามีคำพูดของใครที่จะดีไปกว่าคำพูดของอัลลอฮ์ผู้ทรงสร้างหัวใจให้กับเรา แน่นอน อัลกุรอานยังเป็นทางนำและความเมตตาสำหรับบรรดาผู้ศรัทธา

อัลลอฮ์สั่งให้เรายินดีกับความเมตตานี้ของพระองค์ ยินดีกับการที่เราได้รับอัลกุรอานและเราได้เป็นผู้ที่ใช้อัลกุรอานในชีวิตของเรา[1] หากมีอะไรที่เราจะพูดกล่าวแสดงความยินดีแก่กันไม่มีอะไรที่สมควรแก่การแสดงความยินดีมากไปกว่าการที่เราได้รับของขวัญนี้ นั่นคืออัลกุรอานที่เป็นทางนำในการดำรงชีวิต นี่คือสิ่งที่มีค่ามากกว่าทรัพย์สินทั้งหมดที่เราแสวงหาและสะสมเก็บไว้ในโลกดุนยานี้

 

พี่น้องครับ

ด้วยเหตุนี้ เมื่อเราะมะฎอนเดือนแห่งอัลกุรอานมาถึง ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ท่านจะกำหนดภารกิจของท่านกับอัลกุรอานในเดือนเราะมะฎอน รายงานจากท่านอิบนุ อับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา เล่าว่า

«كَانَ النبيُّ صَلَّى اللهُ عليه وسلَّمَ أجْوَدَ النَّاسِ بالخَيْرِ، وكانَ أجْوَدُ ما يَكونُ في رَمَضَانَ حِينَ يَلْقَاهُ جِبْرِيلُ، وكانَ جِبْرِيلُ عليه السَّلَامُ يَلْقَاهُ كُلَّ لَيْلَةٍ في رَمَضَانَ، حتَّى يَنْسَلِخَ، يَعْرِضُ عليه النبيُّ صَلَّى اللهُ عليه وسلَّمَ القُرْآنَ، فَإِذَا لَقِيَهُ جِبْرِيلُ عليه السَّلَامُ، كانَ أجْوَدَ بالخَيْرِ مِنَ الرِّيحِ المُرْسَلَةِ» [البخاري 1902 ومسلم 2308]

ความว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เป็นคนที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่สุดในการบริจาคทาน และท่านยังเป็นคนที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อย่างที่สุดในเดือนเราะมะฎอนเมื่อท่านได้พบกับญิบรีล ซึ่งญิบรีลจะพบกับท่านนบีทุกค่ำคืนของเดือนเราะมะฎอนจนกว่ามันจะจบเดือน เพื่อสอนทบทวนอัลกุรอาน แท้จริงแล้วท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เมื่อญิบรีลพบกับท่านนั้น ท่านจะมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ในการให้บริจาคยิ่งกว่าลมที่พัดแรงเสียอีก” (อัล-บุคอรีย์ 1902 และมุสลิม 2308)

หะดีษนี้สอนให้เราทราบว่า การให้ความสำคัญกับอัลกุรอานในเดือนเราะมะฎอนเป็นแบบฉบับของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ด้วยการร่วมกันศึกษาอัลกุรอานระหว่างผู้ศรัทธาด้วยกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งในค่ำคืนแห่งเราะมะฎอน เพราะนี่คือเดือนแห่งอัลกุรอาน ถ้าสมมติว่าชีวิตของเราในเราะมะฎอนไม่ได้มีอะไรเตรียมที่จะให้เวลากับอัลกุรอานเลยนั่นแสดงว่าเราไม่ได้เข้าใจถึงความยิ่งใหญ่ที่แท้จริงของเดือนเราะมะฎอน

ดังนั้น มาช่วยกันคิดว่าจะวางแผนอย่างไรให้ทั้งสามสิบวันของเราะมะฎอนนี้ เราจะได้ใช้เวลาอย่างมีคุณค่ากับคัมภีร์อัลกุรอาน เราจะได้ยินดีและมีความสุขกับการต้อนรับของขวัญจากอัลลอฮ์ สุบหานะฮูวะตะอาลา ในเดือนที่เวียนมาบรรจบแค่ปีละครั้งเท่านั้น

 

พี่น้องทั้งหลายครับ

ในหะดีษของอิบนุ อับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ข้างต้น อุละมาอ์อย่างท่านอิบนุ เราะญับ ได้เอามาถอดบทเรียนให้เราใช้ปฏิบัติว่า

قال ابن رجب -رحمه الله-: "دل الحديث على استحباب دراسة القرآن في رمضان والاجتماع على ذلك، وعرض القرآن على من هو أحفظ له، وفيه دليل على استحباب الإكثار من تلاوة القرآن في شهر رمضان وخاصة ليلا؛ لأن في حديث ابن عباس -رضي الله عنهما- أن المدارسة كانت ليلا، ولأن الليل تنقطع فيه الشواغل ويجتمع فيه الهم، ويتواطأ فيه القلب واللسان على التدبر، كما قال -تعالى-: {إِنَّ نَاشِئَةَ اللَّيْلِ هِيَ أَشَدُّ وَطْئًا وَأَقْوَمُ قِيلا} [المزمل:6]". أهـ بتصرف من لطائف المعارف ص246.

رابط المادة: http://iswy.co/evo2n

ข้อสรุปของบทเรียนจากหะดีษนี้ก็คือ ส่งเสริมให้มีการนั่งศึกษาอัลกุรอานร่วมกัน และอ่านอัลกุรอานให้ฟังกับคนที่มีความรู้มากกว่าเราเพื่อให้เขาช่วยแก้ไขปรับปรุงการอ่านของเราให้ถูกต้อง และส่งเสริมให้อ่านอัลกุรอานให้มากในเดือนเราะมะฎอน โดยเฉพาะในยามค่ำคืน เพราะในหะดีษบอกว่าท่านนบีอ่านอัลกุรอานกับญิบรีลในเวลากลางคืน ซึ่งกลางคืนเป็นเวลาที่สงบกว่าและหัวใจนิ่งกว่าในการซึมซาบความหมายของอัลกุรอานในขณะที่เปล่งเสียงอ่านออกมา

เดือนเราะมะฎอนกับอัลกุรอานนั้นมีความสัมพันธ์แนบแน่น หากเราะมะฎอนของเราไร้การเข้าใกล้อัลกุรอานก็ย่อมไม่มีคุณค่าที่แท้จริง นอกจากนี้ แม้ว่าอัลกุรอานคือทางนำชี้ทางสำหรับมนุษย์ทุกคน แต่ไม่ใช่ทุกคนจะได้รับประโยชน์จากมัน ผู้ที่จะได้ประโยชน์จากอัลกุรอานก็คือบรรดาผู้ที่มีความตักวา/ยำเกรงต่ออัลลอฮ์เท่านั้น แน่นอนว่าเราะมะฎอนมาพร้อมกับอัลกุรอานที่เป็นทางนำ หรือ ฮิดายะฮ์ อิรชาด หมายถึงแจกแจงและชี้ให้เห็นถึงความดีงามต่างๆ ให้แก่มนุษย์ แต่บางคนก็ไม่พร้อมที่จะรับทางนำจากอัลกุรอานจึงไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ ได้เลย ผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากอัลกุรอานต้องมี ทางนำ ที่เรียกว่า ฮิดายะฮ์ เตาฟีก จากอัลลอฮ์ สุบหานะฮูวะตะอาลา ซึ่งการเตาฟีกดังกล่าวพระองค์จะให้กับบรรดาคนที่มีใจพร้อมด้วยความยำเกรงต่อพระองค์เท่านั้น[2]

พระองค์ตรัสว่า

﴿ ذَٰلِكَ ٱلۡكِتَٰبُ لَا رَيۡبَۛ فِيهِۛ هُدٗى لِّلۡمُتَّقِينَ 2 ﴾ [البقرة: 2] 

ความว่า “คัมภีร์เล่มนั้นไม่มีความคลางแคลงใดๆ ในนั้น เป็นทางนำแก่บรรดาผู้ที่มีความตักวา” (อัล-บะเกาะเราะฮ์  2)

ลองถามตัวเองว่าเรารู้สึกอย่างไรกับอัลกุรอาน โดยเฉพาะในเดือนเราะมะฎอนนี้ เราได้วางแผนอย่างไรบ้างที่จะให้ชีวิตของเราใกล้ชิดกับอัลกุรอาน ให้ตั้งเป้าหมายเราะมะฎอนของเราที่จะใช้ชีวิตกับอัลกุรอาน ทั้งฟัง อ่าน เรียน ตะดับบุร ทำความเข้าใจ ฝึกฝน ทำตามให้มากที่เพื่อบรรลุระดับแห่งความตักวาอันเป็นตำแหน่งและมาตรฐานที่อัลลอฮ์ใช้วัดคุณค่าที่แท้จริงของบ่าวทุกคน และเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากอัลกุรอานอย่างเต็มเปี่ยม อินชาอ์อัลลอฮ์



[1] ดูการอธิบายเพิ่มเติมในตัฟสีรอัฏ-เฏาะบะรีย์

[2] ดูการอธิบายเพิ่มเติมในตัฟสีรอัส-สะอฺดีย์ อายะฮ์ที่ 2 จากสูเราะฮ์ อัล-บะเกาะเราะฮ์


วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2567

คุฏบะฮ์ - ทำดีต้องวางแผน - ซุฟอัม อุษมาน




 ฟังคุฏบะฮ์นี้ได้จาก YouTube

คุฏบะฮ์ - ทำดีต้องวางแผน - ซุฟอัม อุษมาน - YouTube

หรือบน SoundCloud

Stream คุฏบะฮ์ - ทำดีต้องวางแผน - ซุฟอัม อุษมาน by e-Daiyah | Listen online for free on SoundCloud


พี่น้องมุสลิมที่อัลลอฮ์รักทุกท่าน

เหลือเวลาอีกไม่นาน เราะมะฎอนก็จะมาหาเราแล้ว ก่อนที่เราะมะฎอนจะมาถึงมีอะไรบ้างที่เราต้องคุยเพื่อปรับตัว ปรับใจ ปรับความรู้สึก เพิ่มความรู้ความเข้าใจต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการเตรียมตัวเข้าสู่โหมดเราะมะฎอน เป็นการวางแผนก่อนที่จะทำความดี เพื่อให้ผลของการทำอิบาดะฮ์ของเราออกมาอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

พี่น้องครับ

การวางแผนเพื่ออิบาดะฮ์ เราอาจจะไม่เคยทำ เราอาจจะไม่คุ้นชินกับเรื่องนี้ เราคุ้นชินกับการวางแผนเพื่อดุนยา เพื่อธุรกิจ เพื่อการงานของเรา แต่เมื่อพูดถึงการวางแผนเพื่ออาคิเราะฮ์ เหมือนกับว่าเราไม่ได้ฝึกให้เคยชินกับการวางแผนเพื่ออาคิเราะฮ์บ้าง

อันที่จริงแล้ว ในภาพรวม อัลกุรอานสอนให้เราดูอนาคต สอนให้เรามองไปข้างหน้า ดูสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับตัวเรา มองไปยังวันพรุ่งนี้ ซึ่งหมายถึงวันอาคิเราะฮ์ 

﴿يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ ٱتَّقُواْ ٱللَّهَ وَلۡتَنظُرۡ نَفۡسٞ مَّا قَدَّمَتۡ لِغَدٖۖ وَٱتَّقُواْ ٱللَّهَۚ إِنَّ ٱللَّهَ خَبِيرُۢ بِمَا تَعۡمَلُونَ 18﴾ [الحشر: 18] 

ความว่า “โอ้ บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย พวกเจ้าจงยำเกรงอัลลอฮ์เถิด แต่ละชีวิตจงพิจารณาดูว่าอะไรบ้างที่ตนได้เตรียมไว้สำหรับพรุ่งนี้ (วันกิยามะฮ์) และจงยำเกรงอัลลอฮ์เถิด แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงรู้ดียิ่งในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ” (อัล-หัชร์ 18)

อัลกุรอานเชิญชวนเรียกร้องให้เราทำความดีเพื่อโลกหน้า เพื่อการอภัยโทษของอัลลอฮ์ สุบหานะฮูวะตะอาลา เพื่อสวรรค์ที่พำนักอันถาวรของเรา

﴿ سَابِقُوٓاْ إِلَىٰ مَغۡفِرَةٖ مِّن رَّبِّكُمۡ وَجَنَّةٍ عَرۡضُهَا كَعَرۡضِ ٱلسَّمَآءِ وَٱلۡأَرۡضِ أُعِدَّتۡ لِلَّذِينَ ءَامَنُواْ بِٱللَّهِ وَرُسُلِهِۦۚ ذَٰلِكَ فَضۡلُ ٱللَّهِ يُؤۡتِيهِ مَن يَشَآءُۚ وَٱللَّهُ ذُو ٱلۡفَضۡلِ ٱلۡعَظِيمِ 21﴾ [الحديد: 21] 

ความว่า “จงเร่งรีบไปสู่การขออภัยโทษจากพระเจ้าของพวกเจ้า และสวนสวรรค์ ซึ่งความกว้างของมันประหนึ่งความกว้างของชั้นฟ้าและแผ่นดิน (ซึ่งสวรรค์นั้น) ถูกเตรียมไว้สำหรับบรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และบรรดาเราะสูลของพระองค์ นั่นคือความโปรดปรานของอัลลอฮ์ ซึ่งพระองค์จะประทานมันให้แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และอัลลอฮ์นั้นทรงเปี่ยมด้วยโปรดปรานอันใหญ่หลวงนัก” (อัล-หะดีด 21)

 

﴿۞وَسَارِعُوٓاْ إِلَىٰ مَغۡفِرَةٖ مِّن رَّبِّكُمۡ وَجَنَّةٍ عَرۡضُهَا ٱلسَّمَٰوَٰتُ وَٱلۡأَرۡضُ أُعِدَّتۡ لِلۡمُتَّقِينَ 133﴾ [آل عمران: 133] 

ความว่า “พวกเจ้าจงรีบเร่งกันไปสู่การอภัยโทษจากพระเจ้าของพวกเจ้า และไปสู่สวรรค์ ซึ่งความกว้างของมันนั้นเสมือนความกว้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดิน มันถูกเตรียมไว้สำหรับบรรดาผู้ที่ยำเกรง” (อาล อิมรอน 133)

ดังนั้น จำเป็นที่เราต้องคิดสักนิดหนึ่ง ก่อนที่เราะมะฎอนจะมาถึง เดือนเราะมะฎอนมาพร้อมกับความดีงามมากมายแต่เราไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะได้รับความประเสริฐต่างๆ ที่อัลลอฮ์จะมอบให้เราในเดือนอันบะเราะกะฮ์นี้

 

พี่น้องครับ

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ก็มีแบบอย่างและคำสอนในเรื่องการวางแผนเพื่อทำอิบาดะฮ์ เช่นในหะดีษที่รายงานโดยอบู ฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮ์

«إنَّ الدِّينَ يُسْرٌ، ولَنْ يُشَادَّ الدِّينَ أحَدٌ إلَّا غَلَبَهُ، فَسَدِّدُوا وقَارِبُوا، وأَبْشِرُوا، واسْتَعِينُوا بالغَدْوَةِ والرَّوْحَةِ وشيءٍ مِنَ الدُّلْجَةِ». [عن أبي هريرة، رواه البخاري]

ความว่า “ศาสนานั้นเป็นเรื่องง่าย ไม่มีใครที่เข้มงวดเกินเลยในเรื่องศาสนาเว้นแต่เขาจะต้องแพ้ให้กับศาสนา ดังนั้น พวกท่านจงปรับการปฏิบัติให้ถูกต้องที่สุด ให้ใกล้เคียงที่สุด จงมีกำลังใจ จงใช้เวลาตอนหัวรุ่ง หัวค่ำ และส่วนท้ายของกลางคืนเป็นตัวช่วยในการทำอิบาดะฮ์” (บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์)

ความหมายของหะดีษนี้ก็คือ ให้พยายามเลือกทำอะมัลอิบาดะฮ์ที่ตนสามารถรักษาได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ให้พอดีๆ ไม่สุดโต่งและไม่หย่อนยาน พยายามค่อยๆ ปรับระดับการทำอะมัลอิบาดะฮ์ให้ถูกต้องและสมบูรณ์ที่สุดอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้จะทำเพียงทีละเล็กน้อยก็ตามก็ต้องมีกำลังใจในการทำอิบาดะฮ์ และให้รู้จักใช้เวลาที่ร่างกายมีความกระปรี้กระเปร่าและความกระฉับกระเฉงในการทำอะมัล เช่น ช่วงเช้า ช่วงเย็น หรือช่วงท้ายๆ ของกลางคืน

 

พี่น้องครับ

อิบาดะฮ์ฟัรฎูเช่นละหมาดห้าเวลา เป็นสิ่งที่เราต้องทำอยู่แล้วโดยอาจจะไม่ต้องวางแผนอะไรให้มากมาย แต่อิบาดะฮ์สุนนะฮ์ที่มีความประเสริฐยิ่งใหญ่อื่นๆ เช่น การกิยามุลลัยล์ บางทีหากเราไม่วางแผนก็ยากมากที่จะลุกขึ้นมาปฏิบัติได้ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เคยแนะนำตัวช่วยในการกิยามุลลัยล์เอาไว้ในหะดีษที่เล่าจากอิบนุ อับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ว่า

«استعينوا بقائلة النهار على قيام الليل». [رواه ابن ماجه والحاكم والطبراني في الكبير/ 11460]

ความว่า “จงใช้การนอนงีบกลางวัน เป็นตัวช่วยสำหรับการตื่นขึ้นมากิยามุลลัยล์” (บันทึกโดย อิบนุ มาญะฮ์, อัล-หากิม และ อัฏ-เฏาะบะรอนีย์ ในอัล-กะบีร 11460)

หรือแม้กระทั่งคนที่เกรงว่าจะไม่ตื่นขึ้นมาช่วงท้ายของกลางคืนก็อาจจะละหมาดวิติรก่อนนอนได้เช่นกัน หะดีษจากญาบิร บิน อับดุลลอฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา เล่าจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่า

«مَن خَافَ أَنْ لا يَقُومَ مِن آخِرِ اللَّيْلِ فَلْيُوتِرْ أَوَّلَهُ، وَمَن طَمِعَ أَنْ يَقُومَ آخِرَهُ فَلْيُوتِرْ آخِرَ اللَّيْلِ؛ فإنَّ صَلَاةَ آخِرِ اللَّيْلِ مَشْهُودَةٌ، وَذلكَ أَفْضَلُ». [رواه مسلم 755]

ความว่า “ใครที่เกรงว่าจะไม่ตื่นขึ้นมาช่วงท้ายกลางคืน ให้เขาละหมาดวิติรช่วงแรกของคืน(ก่อนนอน) ส่วนใครที่ตั้งใจจะตื่นอย่างแน่วแน่ก็ให้ละหมาดวิติรในช่วงท้ายของคืน เพราะการละหมาดในช่วงท้ายคืนนั้นมีมลาอิกะฮ์มาเป็นสักขีพยาน และมันประเสริฐกว่า” (บันทึกโดยมุสลิม 755)

การวางแผนทำอิบาดะฮ์ให้มีความสุขเป็นวิถีปกติของมุสลิม แต่เราจะทำอิบาดะฮ์ให้มีความสุขไม่ได้ถ้าหากเราไม่รู้จักวางแผนให้การทำอิบาดะฮ์ของเราอย่างต่อเนื่อง อิบาดะฮ์ไม่ได้ยาก แต่ก็ทำไม่ได้ง่ายถ้าหากเราละเลยที่จะคิดวางแผนแค่เล็กๆ น้อยๆ ให้มีความชัดเจนว่าต้องทำอะไรบ้าง

 

พี่น้องครับ

มีอะไรบ้างที่เราต้องวางแผนเมื่อเราะมะฎอนใกล้เข้ามา? เริ่มจากการเรียงลำดับว่าในเดือนเราะมะฎอนมีอะไรบ้างที่เราต้องให้ความสำคัญ นั่นก็คือ

- การถือศีลอดในตอนกลางวัน จะทำอย่างไรที่จะถือศีลอดให้สมบูรณ์ที่สุด ด้วยมารยาทต่างๆ ที่ต้องระวัง และมีสุนนะฮ์อะไรบ้างที่เกี่ยวข้อง เช่น การทานสะหูรให้ล่าช้า การละศีลอดให้เร็ว เป็นต้น

- การละหมาดตะรอวีห์ทุกค่ำคืน พร้อมๆ กับอิมามนำละหมาด

- การมีส่วนร่วมในการอิฟฏอรให้อาหารละศีลอด

- การเตรียมดุอาอ์ที่จะใช้ในการขอตามช่วงเวลาต่างๆ ที่อัลลอฮ์ตอบรับแต่ละวันของเราะมะฎอน และโดยเฉพาะในคืนลัยละตุลก็อดร์

- การอ่านอัลกุรอานให้เป็นประจำในแต่ละวันของเราะมะฎอนตามจำนวนที่เราสามารถทำได้จนจบเดือน หรือจะกำหนดสูเราะฮ์อะไรในการที่จะตะดับบุรเพื่อถอดบทเรียนมาใช้ศึกษาในเดือนเราะมะฎอน

- การบริจาคในทุกๆ คืนของเดือนเราะมะฎอนเพื่อกระจายความดีให้ทั่วถึง

- การวางแผนที่จะอิอฺติกาฟในช่วงสิบวันสุดท้าย

 

พี่น้องทั้งหลายครับ

ก่อนเราะมะฎอนจะมาถึง สิ่งที่บรรดาอุละมาอ์เน้นกำชับมากคือ การเตาบะฮ์และการอิสติฆฟาร เพื่อชำระจิตใจให้สะอาด ตั้งใจให้บริสุทธิ์ จะได้ทำอิบาดะฮ์อย่างเต็มอิ่มและได้รับเตาฟีกความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์ให้ทำอิบาดะฮ์อย่างราบรื่น การมีบาปอาจจะเป็นปัจจัยสำคัญที่คอยฉุดรั้งและขัดขวางไม่ให้เรากระตือรือร้นในการทำอิบาดะฮ์หรือการเข้าหาอัลลอฮ์ สุบหานะฮูวะตะอาลา ได้

บรรดาอุละมาอ์ในอดีตเคยพูดถึงกรณีที่บาปมีผลต่อการทำอิบาดะฮ์ของเราได้อย่างไร เช่น

قال الفضيل بن عياض -رحمه الله-: إني لأعصي الله، فأعرف ذلك في خُلُق حماري وخادمي وامرأتي وفأرِ بيتي. [البداية والنهاية 10/215]

อัล-ฟุฎ็อยล์ บิน อิยาฎ กล่าวว่า ยามใดที่ฉันทำผิดต่ออัลลอฮ์ ฉันจะเห็นร่องรอยบาปนั้นจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของลาฉัน หรือคนใช้ของฉัน หรือภรรยาของฉัน หรือแม้แต่หนูในบ้านของฉัน (อัล-บิดายะฮ์ วะ อัน-นิฮายะฮ์ 10/215)

 

قال رجل للحسن البصري: يا أبا سعيد إنّي أبيت معافى، وأحب قيام اللّيل وأعد طهوري فما بالي لا أقوم؟ فقال: ذنوبك قيدتك.

มีผู้ชายคนหนึ่งถาม อัล-หะสัน อัล-บัศรีย์ ว่า โอ้ อบู สะอีด เวลากลางคืนฉันนอนในสภาพที่สุขภาพดีทุกประการ และฉันก็หวังที่จะลุกขึ้นมาละหมาดกลางคืน ฉันเตรียมน้ำละหมาดไว้พร้อมแล้ว แต่ทำไมฉันจึงไม่สามารถตื่นขึ้นมาได้? ท่านหะสันตอบว่า บาปของท่านนั่นแหละที่คอยฉุดรั้งท่านไว้ไม่ให้ลุกขึ้นมา

 

قال سفيان الثوري -رحمه الله: حرمت قيام الليل خمسة أشهر بذنب أذنبته. قيل: وما ذاك الذنب؟ قال: رأيت رجلاً يبكي فقلت في نفسي: هذا مراءٍ. [إحياء علوم الدين2/200]

สุฟยาน อัษ-เษารีย์ กล่าวว่า ฉันไม่ได้รับเตาฟีกให้กิยามุลลัยล์เป็นเวลาห้าเดือน เพราะบาปเดียวที่ฉันทำ มีคนถามว่า บาปใดเล่าที่ท่านพูดถึง? ท่านสุฟยานตอบว่า ฉันเห็นชายคนหนึ่งร้องไห้ แล้วฉันก็คิดในใจว่า คนผู้นี้กำลังเสแสร้งอยู่ (อิห์ยาอ์ อุลูม อัด-ดีน 2/200)

สุบหานัลลอฮ์ เพียงแค่บาปเล็กๆ ก็อาจจะส่งผลที่ทำให้การทำอิบาดะฮ์ของเราบกพร่องได้ถึงเพียงนี้ ดังนั้น จงอิสติฆฟารให้มากเพื่อที่จะได้รับเตาฟีกจากอัลลอฮ์ให้การทำอะมัลอิบาดะฮ์ของเราสมบูรณ์ที่สุด และได้รับผลบุญที่ดีที่สุด อินชาอ์อัลลอฮ์