แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 14 ตะดับบุร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 14 ตะดับบุร แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2568

กฎแห่งริซกี 3 ข้อ ในสูเราะฮ์ อัช-ชูรอ - ซุฟอัม อุษมาน

 


#กฎแห่งริซกี #ตะดับบุร


1. อายะฮ์ที่ 12 อัลลอฮ์เป็นเจ้าของริซกี พระองค์ควบคุมทุกอย่างในชั้นฟ้าและแผ่นดิน เป็นรากฐานความเชื่อที่มนุษย์จะต้องมั่นใจและศรัทธา

﴿ لَهُۥ مَقَالِيدُ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضِۖ يَبۡسُطُ ٱلرِّزۡقَ لِمَن يَشَآءُ وَيَقۡدِرُۚ إِنَّهُۥ بِكُلِّ شَيۡءٍ عَلِيمٞ 12 ﴾ [الشورى: 12] 


2. อายะฮ์ที่ 19 อัลลอฮ์ละเอียดอ่อนในการให้ พระองค์ไม่ทอดทิ้งบ่าว ทรงเตรียมสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับบ่าว

﴿ ٱللَّهُ لَطِيفُۢ بِعِبَادِهِۦ يَرۡزُقُ مَن يَشَآءُۖ وَهُوَ ٱلۡقَوِيُّ ٱلۡعَزِيزُ 19 ﴾ [الشورى: 19]  


3. อายะฮ์ที่ 27 อัลลอฮ์ให้ริซกีตามสัดส่วนที่เหมาะสมสำหรับแต่ละคน บางคนที่ได้เยอะหรือได้น้อยย่อมมีเหตุผลที่แฝงไว้เบื้องหลัง

﴿ ۞وَلَوۡ بَسَطَ ٱللَّهُ ٱلرِّزۡقَ لِعِبَادِهِۦ لَبَغَوۡاْ فِي ٱلۡأَرۡضِ وَلَٰكِن يُنَزِّلُ بِقَدَرٖ مَّا يَشَآءُۚ إِنَّهُۥ بِعِبَادِهِۦ خَبِيرُۢ بَصِيرٞ 27 ﴾ [الشورى: 27]  


*อธิบายเพิ่มเติม
----------------
ในหะดีษที่เล่าจากอบู ฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮ์ บันทึกโดยอัต-ติรมิซีย์ 2466 ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮ์อะลัยฮิวะสัลลัม ได้อ่านอายะฮ์ ที่ 20 จากสูเราะฮ์ อัช-ชูรอ

﴿ مَن كَانَ يُرِيدُ حَرۡثَ ٱلۡأٓخِرَةِ نَزِدۡ لَهُۥ فِي حَرۡثِهِۦۖ وَمَن كَانَ يُرِيدُ حَرۡثَ ٱلدُّنۡيَا نُؤۡتِهِۦ مِنۡهَا وَمَا لَهُۥ فِي ٱلۡأٓخِرَةِ مِن نَّصِيبٍ 20 ﴾ [الشورى: 20]  

ความว่า "ผู้ใดปรารถนาผลตอบแทนของปรโลกเราจะเพิ่มผลตอบแทนของเขาแก่เขา และผู้ใดปรารถนาผลตอบแทนของโลกดุนยาเราจะให้แก่เขาบางส่วนเท่านั้น และสำหรับเขาจะไม่ได้ส่วนใดๆ อีกในปรโลก" (อัช-ชูรอ 20)

จากนั้นท่านก็อธิบายว่า
<<إنَّ اللَّهَ تعالى يقولُ يا ابنَ آدمَ : تفرَّغْ لعبادتي أملأْ صدرَكَ غنًى وأسدَّ فقرَكَ وإن لا تفعَل ملأتُ يديْكَ شغلاً ، ولم أسدَّ فقرَكَ>>. [الترمذي 2466]

ความว่า "แท้จริง อัลลอฮ์ได้พูดกับลูกหลานอาดัมว่า เจ้าจงทุ่มเทให้กับการอิบาดะฮ์ต่อข้า แล้วข้าจะทำให้หัวอกของเจ้าเต็มเปี่ยมด้วยความรู้สึกร่ำรวย และเติมเต็มความยากจนของเจ้าในการดำรงชีวิต ถ้าหากเจ้าไม่ทำเช่นนี้ ข้าจะให้มือทั้งสองของเจ้ายุ่งเหยิง และข้าจะไม่ปิดช่องแห่งความอดอยากของเจ้า" (อัต-ติรมิซีย์ 2466)


บทเรียน
--------
1. อายะฮ์ที่ 20 สรุปความว่า ไม่มีทางที่มนุษย์จะครอบครองดุนยาได้ทั้งหมด อัลลอฮ์จะแบ่งดุนยาให้กับเราเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ในขณะที่ เมื่อบ่าวแสวงหาอาคิเราะฮ์ พระองค์จะเพิ่มให้อีกหลายเท่า

2. อย่าให้การสาละวนกับดุนยาทำให้เราละทิ้งอิบาดะฮ์และลืมอัลลอฮ์

3. มิติแห่งบะเราะกะฮ์ในริซกี เกี่ยวโยงและผูกพันอย่างแนบแน่นกับสำนึกแห่งอาคิเราะฮ์


อ่านเพิ่ม
https://dorar.net/hadith/sharh/111622

วันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2568

สรุปหลักการ ตะดับบุรอัลกุรอาน จาก อัล-เกาะวาอิด อัล-ฮิสาน ของเชค อัส-สะอฺดีย์

 


สรุปหลักการตะดับบุรอัลกุรอาน จาก อัล-เกาะวาอิด อัล-ฮิสาน ของ อัส-สะอฺดีย์

ความสำคัญของการอรรถาธิบายอัลกุรอาน

การอรรถาธิบายอัลกุรอาน หรือการตัฟซีร ถือเป็นศาสตร์ที่ทรงคุณค่า จำเป็น และสำคัญที่สุดในศาสนาอิสลาม เพราะเกี่ยวข้องกับการทำความเข้าใจพระดำรัสของอัลลอฮ์ ซึ่งมีเหตุผลสำคัญที่ทำให้ศาสตร์นี้มีคุณค่า ได้แก่:

1. อัลลอฮ์ทรงสั่งให้ ตะดับบุร พิจารณาและไตร่ตรองทำความเข้าใจความหมายของอัลกุรอาน และนำไปใช้ในการดำเนินชีวิต

2. อัลลอฮ์ทรงยกย่องผู้ที่เรียนรู้และใช้ชีวิตตามทางนำของอัลกุรอาน พระองค์สัญญาที่จะมอบรางวัลอันสูงส่งที่สุด

3. การเรียนรู้อัลกุรอานช่วยให้มนุษย์เปี่ยมได้ด้วยด้วยแสงแห่งทางนำ ความดี และความเมตตา อัลลอฮ์จะทรงเตรียมให้ผู้ที่เข้าใจอัลกุรอานจะได้รับชีวิตที่ดีงามและเต็มไปด้วยบุญกุศลที่ยั่งยืนถาวร


กฎข้อที่หนึ่ง: วิธีสืบทอดการเรียนรู้ตัฟซีร

เราควรเรียนรู้และทำความเข้าใจความหมายพระดำรัสของอัลลอฮ์ เช่นเดียวกับที่บรรดาเศาะหาบะฮ์ได้เรียนรู้ โดยที่พวกเขาจะศึกษาอัลกุรอานทีละสิบอายะฮ์ อาจจะมากหรือน้อยกว่านั้นเล็กน้อย และไม่ก้าวข้ามไปจนกว่าจะเข้าใจความหมายอย่างถ่องแท้ รวมถึงประยุกต์ใช้ในด้านศรัทธา วิชาความรู้ และการปฏิบัติ ดังนี้:

1. ตระหนักว่าอัลกุรอานเป็นพระดำรัสจากองค์ผู้ทรงรอบรู้ทุกสิ่งทั้งที่เปิดเผยและเร้นลับ ที่ส่งตรงมาให้พวกเขา สั่งให้พวกเขาทำความเข้าใจความหมาย และดำเนินชีวิตตามสิ่งที่พระองค์ทรงกำหนดไว้ ในอัลกุรอานมีเนื้อหาที่สาธยายให้ความชัดเจนเกี่ยวกับทุกสิ่ง รับประกันถึงผลประโยชน์และคุณค่าต่างๆ ไว้หมดแล้ว รวมทั้งยับยั้งสิ่งที่เป็นโทษและอันตรายต่อชีวิตมนุษย์

2. ศรัทธาในเนื้อหาของอัลกุรอาน ทั้งสิ่งที่เป็นหลักความเชื่อและเรื่องราวที่ถูกเล่าในอัลกุรอาน

3. ปฏิบัติตามคำสั่งและข้อห้ามในอัลกุรอาน ดำเนินชีวิตตามแนวทางที่อัลลอฮ์บัญญัติ

4. ประพฤติตนด้วยนิสัยและมารยาทตามหลักคำสอนอัลกุรอาน

5. นำหลักการจากอัลกุรอานมาประยุกต์ใช้กับเหตุการณ์ในชีวิตจริง วิเคราะห์และประยุกต์ใช้หลักคำสอนกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่พบเจอทั้งกับตัวเองและผู้อื่น

6. ประเมินตนเอง 

ก. ตรวจสอบว่าตนเองปฏิบัติตามหลักคำสอนของอัลกุรอานได้เต็มที่หรือขาดตกบกพร่องไหม?

ข. มีวิธีการหรือแนวทางอย่างไรเพื่อให้ยืนหยัดบนผลงานที่ดี และแก้ไขสิ่งที่บกพร่อง? 

ค. จะทำอย่างไรเพื่อขจัดสิ่งที่ชั่วร้ายเป็นอันตรายออกไปจากชีวิต?


กฎข้อที่สอง: การเข้าใจหลักการ “อุมูม” (สำนวนที่ให้ความหมายที่ครอบคลุมทั่วไป) 

เมื่อมีคำสั่งหรือข้อกำหนดใด ๆ ควรตรวจสอบความหมายและดูว่าสิ่งใดที่รวมอยู่และสิ่งใดที่ไม่รวมอยู่ในคำสั่งนั้น ด้วยเหตุนี้ การเข้าใจขอบเขตหรือบทบัญญัติของสิ่งที่อัลลอฮ์ประทานลงมาแก่ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึงเป็นพื้นฐานของความดีและความสำเร็จ ขณะที่ความไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นรากฐานของความชั่วร้ายและความขาดทุน

ตัวอย่างของหลักการ “อุมูม” หรือสำนวนที่ให้ความหมายครอบคลุม อาทิ:  

1. อักษร "อัล" (الألف واللام) ที่ใช้ในการอธิบายคุณลักษณะ  

- เช่น ในพระดำรัสของอัลลอฮ์: 

﴿العليم﴾ 

(ผู้ทรงรอบรู้)  

- หรือ

 ﴿وَتَعَاوَنُوا عَلَى الْبِرِّ وَالتَّقْوَى وَلا تَعَاوَنُوا عَلَى الْإِثْمِ وَالْعُدْوَانِ﴾ 

(จงช่วยเหลือกันในความดีและการยำเกรง และอย่าได้ช่วยกันในบาปและความเป็นศัตรู)  


2. เมื่อคำนามไม่มีการระบุชัดเจน (นะกิเราะฮ์) และอยู่ในบริบทของการปฏิเสธ การห้าม เงื่อนไข หรือคำถาม เช่น

 ﴿وَاعْبُدُوا اللَّهَ وَلا تُشْرِكُوا بِهِ شَيْئاً﴾  

(จงเคารพสักการะอัลลอฮ์ และอย่าได้ตั้งภาคีใด ๆ กับพระองค์)  

- หรือ

 ﴿يَوْمَ لا تَمْلِكُ نَفْسٌ لِنَفْسٍ شَيْئاً﴾  

(ในวันนั้น ไม่มีชีวิตใดสามารถครอบครองสิ่งใดเพื่ออีกชีวิตหนึ่งได้)  


3. การใช้คำนามเอกพจน์ที่ถูกนำไปเชื่อมต่อ (มุฟร็อด มุฎอฟ)

- เช่น

 ﴿أُولَئِكَ الَّذِينَ هَدَى اللَّهُ فَبِهُدَاهُمُ اقْتَدِهْ﴾ 

(เหล่านี้คือผู้ที่อัลลอฮ์ทรงชี้แนะ จงเดินตามทางนำของพวกเขา)


4. การละเว้นส่วนที่เกี่ยวข้องในประโยค (หัซฟ์ อัล-มุตะอัลลัก) เพื่อขยายความหมายให้ครอบคลุม  

- เช่น

 ﴿أَلْهَاكُمُ التَّكَاثُرُ﴾ 

(การแย่งชิงเพื่อเพิ่มพูนทำให้พวกเจ้าหลงลืม) ซึ่งในโองการนี้ไม่ได้ระบุว่าแย่งชิงในเรื่องอะไร จึงครอบคลุมความหมายการแย่งชิงทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องทรัพย์สิน ลูกหลาน ตำแหน่ง และอื่นๆ เป็นต้น  


กฎข้อที่สาม: การพิจารณาความหมายโดยนัย ความหมายโดยตรง และความหมายผูกพัน  

เมื่อทำการตีความอัลกุรอาน นักอรรถาธิบายต้องคำนึงถึงความหมายที่ตรงกับคำศัพท์ (ดะลาละฮ์ อัล-มุฏอบะเกาะฮ์) ความหมายโดยนัย (ดะลาละฮ์ อัฏ-ฏะฎ็อมมุน)  และความหมายผูกพัน (ดะลาละฮ์ อัล-อิลติซาม) ที่นำไปสู่ความเข้าใจเพิ่มเติมแม้จะไม่ได้กล่าวถึงโดยตรง หลักการนี้เป็นหนึ่งในกฎสำคัญของการตัฟซีร ต้องใช้ความคิดเชิงลึกและการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน  

วิธีการพิจารณาหลักการนี้:  

1. เข้าใจความหมายของคำที่ใช้ในอัลกุรอาน

2. เมื่อรู้ความหมายแล้ว ให้ไตร่ตรององค์ประกอบที่จำเป็นต้องมีของความหมายเหล่านั้น รวมถึงเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากปราศจากองค์ประกอบหรือเงื่อนไขดังกล่าวอาจจะทำให้ความหมายที่ว่าไม่สมบูรณ์

3. หลังจากนั้นให้พิจารณาผลพวง ข้อปลีกย่อย และข้อสรุปที่งอกเงยออกมาบนพื้นฐานของความหมายดังกล่าว ให้ฝึกฝนวิธีการคิดไตร่ตรองในรูปแบบนี้จนกลายเป็นทักษะที่มีความชำนาญ 

ตัวอย่างของหลักการนี้ เช่น 

ก. พระนามของอัลลอฮ์ เช่น "อัร-เราะห์มาน" และ "อัร-เราะฮีม"   พระนามทั้งสองนี้ความหมายโดยตรงก็คือพระเมตตาอันกว้างขวางของพระองค์ และยังสื่อในความหมายโดยนัยถึงความสมบูรณ์ของพระองค์ในชีวิต พระเดชานุภาพ และพระปรีชาญาณของพระองค์ด้วย เพราะความเมตตาไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากปราศจากสิ่งเหล่านี้  สุดท้ายก็ยังมีความหมายผูกพันที่ชี้ให้เห็นว่าความเมตตาของพระองค์ทำให้ทุกบทบัญญัติที่ทรงกำหนดเปี่ยมไปด้วยแสงสว่างและความเมตตาด้วยนั่นเอง

ข. ตัวอย่างคำพูดของบรรดาผู้ที่ต่อต้านท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ในโองการที่ว่า

﴿وَقَالُوا إِنْ نَتَّبِعِ الْهُدَى مَعَكَ نُتَخَطَّفْ مِنْ أَرْضِنَا﴾  

ความว่า “พวกเขากล่าวว่า หากเราตามทางนำพร้อมกับเจ้า(โอ้มุหัมมัด) เราก็จะถูกโจมตีออกมาจากแผ่นดินของเรา”

โองการนี้มีความหมายโดยนัยที่แสดงถึงการคิดในแง่ลบของพวกเขาต่ออัลลอฮ์ โดยคิดว่าพระองค์จะไม่ช่วยเหลือศาสนาของพระองค์และไม่ทำให้พระดำรัสของพระองค์สมบูรณ์  


กฎข้อที่สี่: อัลลอฮ์ทรงปิดท้ายอายะฮ์ด้วยพระนามอันวิสุทธิ์ของพระองค์ (อัล-อัสมาอ์ อัล-หุสนา) 

เพื่อชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่ถูกกล่าวถึงในโองการนั้นมีความเกี่ยวข้องกับพระนามนั้น 

ตัวอย่างเช่น:  

- โองการเกี่ยวกับพระเมตตา มักถูกปิดท้ายด้วยพระนามที่แสดงถึงความเมตตาของพระองค์  

- โองการเกี่ยวกับการลงโทษ มักถูกปิดท้ายด้วยพระนามที่เกี่ยวกับความเกรียงไกร เดชานุภาพ ปรีชาญาณ ความรอบรู้ และการควบคุม

- พระนามที่สื่อถึงความยิ่งใหญ่ ความเกรียงไกร และพระอำนาจ จะทำให้หัวใจเปี่ยมไปด้วยความเคารพและยำเกรงต่ออัลลอฮ์ 

- พระนามที่สื่อถึงความเมตตา ความอารี และความโปรดปราน กระตุ้นหัวใจให้มีความหวังและพึ่งพิงในพระเมตตาของพระองค์  

- พระนามที่สื่อถึงความรักและความสมบูรณ์แบบของอัลลอฮ์ ทำให้หัวใจเต็มไปด้วยความรัก การศิโรราบ และการมอบตัวต่อพระองค์  

- พระนามที่แสดงถึงความรอบรู้และการเข้าถึงอย่างถี่ถ้วนของอัลลอฮ์ ทำให้มนุษย์มีความตระหนักในการเฝ้าดูของพระองค์ และมีความละอายต่อพระองค์  

ตัวอย่างจากอัลกุรอาน:  เมื่ออัลลอฮ์ตรัสถึงการ "نسخ" (การยกเลิกคำสั่งเดิมและแทนที่ด้วยคำสั่งใหม่) พระองค์ทรงยืนยันถึงอำนาจและความเป็นเจ้าของสูงสุดของพระองค์ ด้วยโองการ:  

﴿أَلَمْ تَعْلَمْ أَنَّ اللَّهَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ * أَلَمْ تَعْلَمْ أَنَّ اللَّهَ لَهُ مُلْكُ السَّمَاوَاتِ وَالْأَرْضِ﴾

นี่เป็นการโต้แย้งผู้ที่ปฏิเสธหลักการนี้เช่นพวกยิว โดยแสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงที่พระองค์ทรงกระทำเป็นผลมาจากเดชานุภาพและการปกครองที่สมบูรณ์ของพระองค์ เพราะพระองค์คือผู้ทรงควบคุมจัดการบ่าวพระองค์ ทรงตัดสินระหว่างพวกเขาด้วยการตัดสินตามที่พระองค์กำหนดและด้วยบทบัญญัติของพระองค์ จึงไม่มีสิ่งใดที่จะกีดขวางพระองค์ได้

ความรู้สึกทางใจเช่นนี้คือสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด ซึ่งมนุษย์ควรฝึกฝนตนเองให้มีความรู้สึกเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งจิตใจและจิตวิญญาณของเขาโน้มนำไปสู่การศิโรราบต่ออัลลอฮ์อย่างสมบูรณ์ และด้วยการพัฒนาจิตใจและความรู้สึกทางใจเช่นนี้แหละที่จะเป็นมูลเหตุทำให้พฤติกรรมทางกายของมนุษย์สมบูรณ์ตามไปด้วย  


กฎข้อที่ห้า: เป้าหมายของอุปมานิทัศน์ในอัลกุรอาน

พระเจ้าทรงใช้อุปมานิทัศน์ (อัล-มะษัล) ในอัลกุรอานเพื่ออธิบายแนวคิดสำคัญ เช่น การยืนยันความเป็นหนึ่งเดียวของพระองค์ (เตาฮีด) สภาพของผู้ศรัทธาและผู้ตั้งภาคี ตลอดจนการกระทำอันยิ่งใหญ่ พระองค์ทรงใช้การเปรียบเทียบความหมายเหล่านี้กับสิ่งที่สัมผัสได้หรือเห็นได้ชัด เพื่อให้หัวใจของมนุษย์สามารถเข้าใจได้เหมือนกับการเห็นด้วยตาตนเอง  

ตัวอย่างจากอัลกุรอาน:  

1. อัลลอฮ์ทรงเปรียบเทียบวะห์ยู (วิวรณ์) และความรู้ที่พระองค์ประทานแก่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กับสายฝนที่ตกลงมาจากท้องฟ้าสู่ผืนดิน หัวใจของมนุษย์เปรียบเสมือนแผ่นดินและหุบเขา ซึ่งรับเอาความรู้และวะห์ยูไว้เช่นเดียวกับดินที่ดูดซับน้ำ  

2. เปรียบเทียบอะมัลของมนุษย์กับสวนผลไม้ สวนผลไม้เจริญงอกงามด้วยน้ำ ความอุดมสมบูรณ์ของดิน และตำแหน่งที่เหมาะสม ในทำนองเดียวกัน อะมัลของมนุษย์เติบโตและก่อให้เกิดผลได้ ด้วยวะห์ยูที่หล่อเลี้ยงหัวใจให้มีชีวิต เมื่อบ่าวทำอะมัลด้วยการรวบรวมเงื่อนไขทั้งหมดที่จะทำให้อะมัลนั้นถูกตอบรับ เช่น ความพยายาม ความอิคลาศ และการปฏิบัติตามสุนนะฮ์ เขาก็จะได้รับผลลัพธ์ที่งดงามเช่นเดียวกับสวนผลไม้นั้น


ขอสดุดีแด่อัลลอฮ์ ผู้ที่ด้วยพระมหากรุณาของพระองค์ การงานอันดีงามจึงลุล่วงสำเร็จ  


-----------------------------------

แปลจากต้นฉบับ t.ly/uhqVE 

مختصر قواعد تدبر القرآن مهذبة من القواعد الحسان لابن سعدي

إعداد: د. طالب بن عمر الكثيري




วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2565

สรุปเนื้อหาตัฟซีร สูเราะฮ์ กอฟ



ฟังทาง SoundCloud ที่นี่ 


ตอนที่ 1 - 2020-1-23
- เป็นสูเราะฮ์มักกียะฮ์
- เนื้อหาในภาพรวมของสูเราะฮ์คือการพูดถึงวันกิยามะฮ์เป็นหลัก
- พูดถึงวันกิยามะฮ์ในมุมมองที่อาจจะแตกต่างจากสูเราะฮ์อื่นๆ
- ความพิเศษของสูเราะฮ์ ท่านนบีใช้อ่านในการละหมาดอีด เพราะเป็นสูเราะฮ์ที่ตักเตือน
- 18.40-19.55 การตักเตือนด้วยอาคิเราะฮ์เพื่อให้หัวใจอ่อนโยน ขจัดความแข็กกระด้าง
- เริ่มต้นสูเราะฮ์ด้วยอัลกุรอานและจบด้วยอัลกุรอาน ตอนต้นและตอนจบมีความสัมพันธ์กัน
- การใช้ตัวอักษร หุรูฟ มุก็อฏเฏาะอะฮ์ เพื่อท้าทายความยโสโอหังของพวกมุชริกีน
- อัล-มะญีด เป็นหนึ่งในคุณลักษณะของอัลกุรอาน หมายถึงมีเกียรติ
- 27.00-29.22 ที่มาของคำว่าอัล-มะญีด ความไพศาลและความดีงามที่กว้างขวาง
- การสนองตอบของคำสาบานตรงนี้ถูกซ่อนไว้ในเชิงหลักภาษา
- คำสนองการสาบานคืออัลลอฮ์ต้องการจะบอกว่าท่านนบีเป็นผู้สัจจริง
- 31.44-34.15 อัลกุรอานเป็นของดี แต่ปัญหาของมนุษย์คือกลับมองว่าอัลกุรอานเป็นสิ่งที่ไร้ความหมาย
- 34.20-37.00 คนที่ถูกปิดกั้นจากความดีของอัลกุรอานมีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง
- เมื่อไม่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ก็ไม่ได้รับอะไรจากอัลกุรอานเลย
- 37.00-39.40 อย่าใช้แต่สติปัญญาอย่างเดียวแต่ต้องรวมกับหัวใจเพื่อไขกุญแจแห่งอัลกุรอาน
- ต้องเปิดใจ อ่านอัลกุรอานด้วยใจ แล้วให้ปัญญาตามมาทีหลัง
- 39.50-41.17 มุชริกีนในสมัยนบีไม่ได้รับประโยชน์จากอัลกุรอานเพราะมีโรคต่างๆ ในหัวใจ อัลลอฮ์จึงตอบข้อสงสัยเหล่านั้นให้พวกเขา


ตอนที่ 2 - 2020-1-30
- ความสัมพันธ์ระหว่างปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกนี้กับสัญญาณแห่งวันกิยามะฮ์
- การพูดถึงความตาย มีความสำคัญอย่างไร
- เตรียมตัวตายเพื่อความสุข 5.19-6.45
- อัลกุรอานยังคงอยู่กับเราแม้จะมีความวุ่นวายอย่างไรก็ตาม เรากลับมาเยียวยาหัวใจด้วยอัลกุรอานได้เสมอ 7.00-9.30
- ข้อสงสัยของพวกมุชริกีน ไม่มีเหตุผลใดๆ รองรับ
- พวกมุชริกีนมีข้อสงสัยเพราะพวกเขาไม่มีความรู้ แต่อัลลลอฮ์ทรงรู้ทุกอย่างดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดที่พระองค์จะทำให้สิ่งใดเกิดขึ้นตามประสงค์ของพระองค์
- เมื่อปฏิเสธความศรัทธา จะหาคำตอบหรือข้ออ้างอื่นๆ มาตอบโต้ไม่ได้ จนต้องกล่าวหาแบบสะเปะสะปะ 22.35-26.05
- อธิบายสภาพระหว่างผู้ศรัทธาต่ออัลกุรอานและผู้ที่ไม่ยอมศรัทธาต่ออัลกุรอาน
- ผู้ศรัทธาต่ออัลกุรอานทุกอย่างจะเรียบง่าย ระหว่างผู้ที่หันหน้าให้อัลกุรอานและหันหลังให้ 27.21-28.50
- อัลลอฮ์ยกหลักฐานต่างๆ ที่จะให้อธิบายถึงความจริงเกี่ยวกับการฟื้นคืนชีพในวันกิยามะฮ์
- เริ่มด้วยการยกหลักฐานของการสร้างท้องฟ้า ซึ่งมีความลับมากมายอันมหัศจรรย์ และไม่ได้แตกต่างจากความมหัศจรรย์ของการฟื้นคืนชีพแต่ประการใด
- หากอัลลอฮ์สร้างความมหัศจรรย์อย่างท้องฟ้าได้ แล้วเหตุใดพระองค์จึงไม่สามารถที่จะสร้้างความมหัศจรรย์ของการฟื้นคืนชีพได้อีกครั้งด้วยเล่า
- วิธีการที่จะทำให้มนุษย์ไม่ปฏิเสธอัลลอฮ์ คือการรู้จักอัลลอฮ์ ขจัดความไม่รู้ออกไป ศรัทธาต้องมาจากความรู่้ 34.00-36.10
- การดูท้องฟ้ามีประโยชน์ที่จะเพิ่มความศรัทธาได้
- หลักฐานต่อไปเกี่ยวกับการสร้างแผ่นดินที่เต็มไปด้วยพืชพรรณต่างๆ หลากหลายไม่แพ้กัน
- หลักฐานทั้งหมดนี้เป็นการเปิดตาผู้ที่ไม่ยอมใคร่ครวญ


ตอนที่ 3 - 2020-2-6
- เริ่มอายะฮ์ที่ 9
- เป็นการตอบโต้ต่อเนื่องแก่พวกมุชริกีนที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับการส่งท่านนบีและการฟื้นคืนชีพอีกครั้งหนึ่ง
- 6.44-8.40 อัลลอฮ์ได้แจกแจงคำตอบมากกว่าคำถามที่มุชริกีน เพื่อปิดช่องว่างความไม่รู้ของพวกเขา จะได้ไม่อ้างต่อหน้าอัลลอฮ์ในวันอาคิเราะฮ์
- มนุษย์ไม่สามารถอ้างได้อีกในวันอาคิเราะฮ์ ถ้าไม่ศรัทธาเพราะสับสน อัลลอฮ์ก็จะสอนให้เรารู้จนกว่าจะหมดความสับสน
- 9.47-12.00 การบันทึกของอัลลอฮ์จะเป็นไปได้อย่างไรในความคิดของมนุษย์
- มนุษย์ในฐานความรู้อันคับแคบมาตัดสินสิ่งที่อัลลอฮ์ทำ มีหลายเรื่องที่เรายังไม่รู้ ดังนั้นอย่ารีบปฏิเสธ
- ถ้าอัลกุรอานไม่ใช่คำพูดของอัลลอฮ์ แล้วมันเป็นคำพูดของใคร
- 13.07-16.15 มีคำตอบเดียวเท่านั้ัน คือ อัลกุรอานคือคำพูดของอัลลอฮ์
- มองสิ่งที่ยิ่งใหญ่แต่ใกล้ตัว เพื่อหาคำตอบต่อความสับสนในความไม่รู้ของมนุษย์
- ความสามารถของอัลลอฮ์ อย่าใช้ความคิดแคบๆ ของเราไปตัดสิน
- น้ำฝนเป็นบะเราะกะฮ์ มีประโยชน์มากมายสำหรับมนุษย์
- พืชผลต่างๆ ที่งอกเงยเพราะน้ำฝนล้วนเป็นริซกีให้แก่มนุษย์
- ริซกีของเรามาจากท้องฟ้า
- 23.23-27.31 สรุปจากการอธิบายน้ำฝนที่ทำให้แผ่นดินตายมีชีวิตอีกครั้ง เหมือนกับการที่มนุษย์จะได้ฟื้นขึ้นอีกครั้ง
- ยกตัวอย่างกลุ่มชนที่เคยปฏิเสธและถูกทำลายมาก่อนหน้า
- การเล่าเรื่องในอดีต เป็นการปลอบโยนท่านนบีและเป็นการขู่เตือนมุชริกีนเมื่อเหตุผลใชักับพวกเขาไม่ได้
- เมื่อเหตุผลไม่มีประโยชน์ก็ใช้เรื่องราวคนในอดีตเพื่อเป็นอุทาหรณ์


ตอนที่ 4 --- 2020-2-13
- เป็นอายะฮ์ต่อเนื่องที่กำลังพูดถึงการตอบโต้ของอัลลอฮ์ต่อบรรดามุชริกีน
- พระองค์ตั้งคำถามว่า เป็นไปได้หรือที่อัลลอฮ์จะไม่ทรงมีความสามารถสร้างอีกโลกหนึ่ง หลังจากที่พระองค์สร้างโลกนี้มาแล้ว
- ถ้าพระองค์สร้างทุกอย่างจากที่ไม่เคยมีมาได้ แล้วเหตุใดที่อัลลอฮ์จะสร้างมันอีกครั้งหลังจากที่มันเคยมีไม่ได้
- มนุษย์มีปัญหากับการศรัทธาต่อความสามารถของอัลลอฮ์ จึงไม่ยอมศรัทธาต่ออาคิเราะฮ์
- ความรอบรู้ของอัลลอฮ์ต่อสิ่งที่มนุษย์กำลังพูดกับตัวเอง ทรงรู้เรื่องดีกว่าที่มนุษย์รู้จักตัวเอง
- การใกล้ชิดของอัลลอฮ์หมายถึงใกล้ชิดด้วยคุณลักษณะของพระองค์ ในความสามารถและความรอบรู้
- พระองค์ยังส่งมลาอิกะฮ์สองท่านมาอยู่กับมนุษย์เพื่อคอยจดบันทึกทุกการกระทำของเขา
- เหตุใดจึงต้องมีมลาอิกะฮ์สองท่านคอยจดบันทึก
- อายะฮ์นี้มีผลอย่างไรบ้างต่อพฤติกรรมของเรา หากเราเชื่อมั่นศรัทธาต่ออะกีดะฮ์ข้อนี้
- ดราม่าในยุคโซเชียลเกิดจากการไม่ระวังคำพูดและสิ่งที่เราเขียนลงสื่อ
- ความหมายการจดบันทึกของมลาอิกะฮ์ ตามที่นักตัฟซีรอธิบาย
- ความเจ็บปวดแห่งการตายนั้นไม่มีใครปฏิเสธได้ แม้ว่ามนุษย์จะปฏิเสธอาคิเราะฮ์ก็ตาม
- เราทุกคนเลี่ยงไม่อยากตาย ไม่มีใครต้องการที่จะตาย
- เราจะใช้อายะฮ์เหล่านี้เพื่อระลึกความตายและเตรียมตัวได้อย่างไร
- เมื่อมีการเป่าแตรมนุษย์จะฟื้นกลับไปหาอัลลอฮ์
- มนุษย์จะถูกจูงโดยมลาอิกะฮ์สองท่าน เป็นผู้นำทางและเป็นพยาน
- ทั้งหมดทั้งปวงที่อัลลอฮ์บอกเรานั้น เราลืมมันในขณะที่มีชีวิตในดุนยาและพระองค์จะให้เราเห็นมันอย่างชัดเจนในอาคิเราะฮ์
- การลืมของเราเนื่องจากตาที่เราใช้มองมีปัญหาไม่เห็นสัจธรรม วิธีแก้คือต้องใช้ใจในการมองหาความจริง


ตอนที่ 5 -- 2020-2-20
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือช่วงเวลาที่ได้อยู่กับพระดำรัสของอัลลอฮ์
- อัลกุรอานช่วยทำให้สายตาของเราแหลมคมในการมองไปยังอาคิเราะฮ์
- ยิ่งใกล้วันอาคิเราะฮ์สัญญาณต่างๆ จะยิ่งเยอะ
- สัญญาณเล็กกับสัญญาณใหญ่ก่อนวันกิยามะฮ์
- อะไรที่สามารถประคองหัวใจของเราท่ามกลางสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยฟิตนะฮ์
- มลาอิกะฮ์ที่จดบันทึกจะนำบันทึกทั้งหมดของมนุษย์ไปเปิดเผยต่อหน้าอัลลอฮ์
- เมื่อพิจารณาและสอบสวนแล้ว อัลลอฮ์ก็สั่งให้มลาอิกะฮ์นำผู้ปฏิเสธศรัทธาไปลงโทษในนรก
- ผู้ปฏิเสธศรัทธาบางคนก็เป็นพวกขัดขวาง บางพวกก็ไม่ได้ขัดขวาง
- ในนรกชัยฏอนจะโต้เถียงกับมนุษย์ ต่างโต้แย้งและใส่ความกันเองที่ต้องรับโทษในนรก
- หะดีษว่าด้วยชัยฏอนที่เป็นเกาะรีนหรือคู่หูของมนุษย์
- ถ้าไม่รับคำเตือนก็ต้องรับผลกรรมของตัวเองในวันกิยามะฮ์
- อัลกุรอานได้เตือนไว้ล่วงหน้าแล้ว เหตุใดจึงไม่ยอมสนใจ
- การทะเลาะกันต่อหน้าอัลลอฮ์จะไม่มีประโยชน์อะไรอีก สัญญาของพระองค์จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
- การที่มนุษย์เข้านรกเพราะมนุษย์ทำตัวเป็นชาวนรกเอง
- การต้องโทษในนรกเป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว จึงต้องพยายามปฏิบัติและขอดุอาอ์ให้รอดพ้นจากนรกให้ได้

ตอนที่ 6 ---
- อิสลามสอนให้ดูแลตัวเอง ให้มีความสมดุลระหว่างการระมัดระวังป้องกันตัวเอง กับการออกไปร่วมกิจกรรมที่จำเป็นโดยเฉพาะศาสนกิจสำคัญ
- ทุกอย่างเป็นไปตามเกาะฎออ์เกาะดัรของอัลลอฮ์
- ถอดบทเรียนจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา คือทำให้รู้ตัวว่าต้องตาย จะได้ทำความดีก่อนตาย
- คำแนะนำให้มีการขอดุอาอ์และการซิกิร โดยเฉพาะอัซการเช้าเย็นที่มีความสำคัญมาก
- อัซการเหมือนเกราะที่คอยปกป้องเราอย่างรอบด้าน
- หลังจากที่พูดถึงนรก สูเราะฮ์นี้ก็ได้กล่าวถึงบรรยากาศในสวรรค์บ้าง
- หะดีษที่กล่าวถึงการเจรจาของนรกและสวรรค์ต่อหน้าอัลลอฮ์
- สวรรค์ถูกทำให้ใกล้สำหรับผู้ที่มีความยำเกรง หมายถึงสามารถที่จะมองเห็น แม้ว่ายังไม่ทันได้เข้าก็ตาม
- ในโลกแห่งบัรซัค ผู้ศรัทธาจะได้อยู่ในบรรยากาศแห่งสวรรค์แล้ว
- เอาวาบ คือผู้ที่กลับไปหาอัลลอฮ์ ชาวสวรรค์ต้องเป็นผู้ที่กลับตัวและขออภัยโทษต่อพระองค์
- หะฟีซ คือผู้ที่ดูแลรักษาคำสั่งต่างๆ ของอัลลอฮ์และทำให้ดีที่สุด
- ตรงกันข้ามกับชาวนรกที่เป็นคนดื้อ ไม่ยอมกลับไปหาอัลลอฮ์
- ชาวสวรรค์ เกรงกลัวต่อผู้ทรงเมตตา
- กลับไปหาอัลลอฮ์ด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ ยอมนอบน้อมต่ออัลลอฮ์
- ชาวสวรรค์เข้าสู่สวรรค์ด้วยสลาม
- หัวใจที่สันติเข้าสวรรค์ด้วยสันติ
- มีทุกอย่างในสวรรค์ตามแต่ปรารถนาของชาวสวรรค์ แม้กระทั่งคนที่คุ้นเคยกับการทำสวน หรืออยากมีบุตร หรืออยากกินอาหารบางอย่างที่ตนชอบ
- อัลลอฮ์จะเพิ่มให้มากกว่าที่เราต้องการ คือการที่ชาวสวรรค์จะได้เห็นอัลลอฮ์ทุกวันศุกร์ในสวรรค์
- สวรรค์และนรกมักจะถูกพูดถึงคู่กันเสมอ เพื่อให้เรารักษาความสมดุลในการสร้างความรู้สึกและปฏิบัติตนเป็นบ่าวของอัลลอฮ์


ตอนที่ 7 - 2020-3-5
- เมื่อมนุษย์ปฏิเสธศรัทธาต่อการฟื้นคืนชีพและหลักฐานต่างๆ ที่อัลลอฮ์พูดถึงก่อนหน้านี้ พระองค์ก็เรียกร้องให้พิจารณาถึงประชาชาติที่ถูกทำลายในอดีต
- ไม่ว่าประชาชาติก่อนหน้าจะแข็งแกร่งขนาดไหน อัลลอฮ์ก็ทรงทำลายมาหมดแล้ว นับประสาอะไรก็คนในยุคปัจจุบันที่แข็งแกร่งน้อยกว่าคนในอดีตมากมายนัก
- ไม่มีที่ไหนที่มนุษย์สามารถจะหนีจากอัลลอฮ์ได้ ไม่มีทาง
- ในขณะที่พูดถึงการทำลายประชาชาติผู้ปฏิเสธ เบื้องหลังยังแฝงด้วยกำลังใจในแก่ท่านนบีด้วย
- เรียนอย่างไรให้เข้าใจ? ต้องอาศัยทั้งหัวใจ หู และตา
- บทเรียนไม่ได้มีอยู่เฉพาะในหนังสือ แต่เรื่องราวของคนอดีตก็มีบทเรียนให้เราได้ถอดมาใช้ในชีวิตจริง
- จะถอดบทเรียนได้ต้องมีหัวใจอยู่กับเนื้อกับตัว ถ้าอยากจะเข้าใจต้องเรียนด้วยหัวใจ เป็นครูต้องสอนด้วยหัวใจ
- ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา มนุษย์ได้บทเรียนอะไรบ้างกี่อย่าง
- ต้องรู้จักให้ชีวิตได้บทเรียนจากเรื่องราวในที่ผ่านมาในอดีตของมนุษยชาติ
- เน้นย้ำให้ดูแลหัวใจให้ดีที่สุด อย่าให้พิการหัวใจ
- เรื่องราวของคนที่ถูกทำลายก่อนหน้านี้ ถ้าใช้ใจศึกษาเราก็จะได้บทเรียน หากไม่ใช้หัวใจก็จะไม่นำไปสู่การยอมรับต่ออัลลอฮ์
- อัลลอฮ์กล่าวถึงการสร้างท้องฟ้าและแผ่นดินในระยะเวลาหกวัน ซึ่งไม่ใช่หกวันตามที่มนุษย์เคยชิน แต่เป็นช่วงเวลานอกเหนือการรับรู้ของมนุษย์
- พระองค์สอนมนุษย์จากทุกเรื่องที่พระองค์สร้าง
- คำสั่งแรกในสูเราะฮ์กอฟ คือคำสั่งในท่านนบีอดทนและซิกิรต่ออัลลอฮ์
- การซิกิรคือปัจจัยที่คอยส่งเสริมให้มีความอดทนที่แข็งแกร่งมากขึ้น
- อัลกุรอานมีคำแนะนำภาคปฏิบัติให้เราได้ใช้อยู่เสมอ
- การกิยามุลลัยล์ คือภาคปฏิบัติที่เสริมความแข็งแกร่งมากขึ้นไปอีกหลายเท่าจากการซิกิรปกติ
- ช่วงเวลาต่างๆ ในการตัสบีห์ เช่น หลังละหมาด เช้าเย็น และก่อนนอน
- เมื่อศึกษาอัลกุรอาน ต้องพยายามนำบทเรียนจากอัลกุรอานมาใช้จริงในชีวิตให้ได้


ตอนที่ 8 - 2020-3-12
- สรุปท้ายสูเราะฮ์กอฟ ตอบคำถามบรรดามุชริกีนที่ไม่ยอมศรัทธาต่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
- ผลของการตัสบีห์จะเห็นผลในการบรรเทาความทุกข์เมื่อยามที่เราต้องเจอกับอุปสรรคหรือคับขันที่สุด
- อัลลอฮ์ได้สั่งให้ท่านนบีฟังเสียงเรียกในวันที่มลาอิกะฮ์เป่าแตรครั้งที่สอง
- เสียงเป่าของอิสรอฟีลได้ยินใกล้มาก แม้ว่ามนุษย์จะไม่รู้ว่าต้นตออยู่ที่ไหนก็ตามที
- คำสั่งนี้เป็นอุทาหรณ์ให้มนุษย์ฟังคำตักเตือนของอัลลอฮ์ในขณะที่มีชีวิตอยู่ในโลกดุนยา เพราะแม้จะไม่ยอมฟังตอนนี้สักวันหนึ่งมนุษย์ก็ต้องฟังเสียงโหยหวนในวันอาคิเราะฮ์
- แท้จริงแล้ว อัลลอฮ์เป็นผู้ให้ชีวิตและผู้ให้ตาย และต้องกลับไปหาอัลลอฮ์ เป็นข้อเท็จจริงที่มนุษย์หนีไม่พ้น
- วันที่แผ่นดินแตกออกแล้วมนุษย์จะฟื้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
- พระองค์ย้ำว่าการเรียกให้มนุษย์ชุมนุมในวันอาคิเราะฮ์นั้นเป็นเรื่องง่ายมากสำหรับพระองค์
- อายะฮ์สุดท้ายของสูเราะฮ์กอฟ มีสามท่อน แต่ละท่อนมีความหมายลึกซึ้ง
- อัลลอฮ์บอกว่าพระองค์รู้ดีว่าพวกมุชริกีนทำอย่างไรกับท่านนบีบ้าง
- ท่านนบีไม่มีอำนาจที่จะไปบังคับให้พวกเขาเหล่านั้นศรัทธา
- ท่านนบีพยายามอย่างมากในการทำงานเชิญชวนให้มนุษย์ตอบรับคำสอนอิสลาม ความพยายามไม่สามารถเอาของเราไปเปรียบเทียบกับความพยายามของท่านได้เลย
- ท่านนบีไม่อำนาจในการบังคับแต่ท่านมีหน้าที่ตักเตือนด้วยอัลกุรอาน คนที่เกรงกลัวต่อการลงโทษของอัลลอฮ์จะเป็นผู้สำนึก
- อัลกุรอานคือเนื้อหาอันดับหนึ่งเรื่องแรกในการตักเตือน ไม่ว่าเรื่องอะไร ตั้งคำถามเลยว่าเรื่องที่เราเจอมีอายะฮ์ไหนบ้างทีอธิบายและให้คำตอบได้บ้าง?
- จำเป็นต้องบอกอัลกุรอานให้ทุกคนรู้ แม้ว่าจะมีคนที่ไม่ได้รับฟังและไม่ศรัทธาต่ออัลกุรอานก็ตาม

วันศุกร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

สรุปเนื้อหาตัฟซีร สูเราะฮ์ อัซ-ซาริยาต



ฟังทาง SoundCloud ที่นี่ 


ตอนที่ 1 - อายะฮ์ 1-6
- ปฐมบทของสูเราะฮ์ อัซ-ซาริยาต
- ความพิเศษของสูเราะฮ์ เป็นหนึ่งในจำนวนสูเราะฮ์ที่พูดถึงอะกีดะฮ์หรือความเชื่อเกี่ยวกับอาคิเราะฮ์
- เป็นสูเราะฮ์มักกียะฮ์ ซึ่งมีเนื้อหาในการยืนยันหลักความเชื่อให้ยอมรับต่ออัลลอฮ์
- เริ่มต้นด้วยการสาบาน มีความคล้ายคลึงกับสูเราะฮ์ อัล-มุรสะลาต
- อัซ-ซาริยาต หมายถึงลมที่สามารถหอบพัดสิ่งของ เช่น น้ำฝน เมฆ ใบไม้ ฝุ่น ฯลฯ
- การเรียงลำดับการสาบานได้อย่างสวยงาม ลม น้ำฝน สายน้ำ(หรือเรือที่แล่นในท้องน้ำ)
- ความมหัศจรรย์ของการสร้างแรงตึงผิวที่ทำให้สิ่งของต่างๆ เช่น เรือลำใหญ่ ลอยตัวเหนือน้ำได้
- สิ่งที่เราเห็นทุกวันแต่เราไม่เคยคิด ถูกใช้ในการสาบานเพื่อดึงความสนใจของมนุษย์ 22.30-23.40
- ทรงสาบานกับบรรดามลาอิกะฮ์ที่รับใช้พระองค์อัลลอฮ์ในการแบ่งสรรปัจจัยต่าง ๆ ให้แก่มนุษย์
- ทุกครั้งที่อัลลอฮ์สาบานพระองค์ต้องมีเรื่องที่จะบอกเราและต้องเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องตั้งใจฟัง
- สิ่งที่อัลลอฮ์ต้องการบอกก็คือ สิ่งที่พระองค์บอกว่าจะเกิดขึ้นในวันกิยามะฮ์นั้นเป็นเรื่องจริง และการตอบแทนจะเกิดขึ้นจริง
- สำหรับคนที่ไม่ใช่มุสลิม ไม่ใช่เรื่องง่ายในการที่จะเชื่อต่อการฟื้นคืนชีพอีกครั้ง จนอัลลอฮ์ต้องใช้การสาบานในการบอกว่าอาคิเราะฮ์มีจริง 29.30-32.40
- เมื่อไรก็ตามที่หัวใจยอมรับ ชีวิตจะเปลี่ยนเป็นคนละคน
- ทำไมมุชริกีนไม่ยอมศรัทธาต่อวันกิยามะฮ์ เพราะว่ายังอยากจะทำอะไรบางอย่างตามใจตัวเอง 33.40-36.30
- อายะฮ์ที่พูดถึงการต่อสู้ของผู้ศรัทธาในการให้ความสำคัญต่ออาคิเราะฮ์ และไม่เพลี่ยงพล้ำต่อดุนยา การศรัทธาต่ออาคิเราะฮ์จึงมีความสำคัญมาก 37.22-38.33


ตอนที่ 2 - อายะฮ์ 7-14
- สถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกนี้อยู่ในการควบคุมดูแลของอัลลอฮ์ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธรรมชาติหรือเรื่องความรู้สึกของมนุษย์
- วงจรชีวิตจะหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปตามกฎสภาวะของอัลลอฮ์
- يقلب الله الليل والنهار
- เวลาที่เราแย่สุดๆ อย่าพยายามหาทางออกด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง ยิ่งรู้สึกว่าแย่เท่าไร ยิ่งต้องยึดกับสายเชือกให้แน่นเท่านั้น
- สุนนะตุลลอฮ์ อัล-เกานียะฮ์ ต้องใช้ สุนนะตุลลอฮ์ อัช-ชัรอียะฮ์ ในการแก้ปัญหา
- อายะฮ์ที่ 7 เป็นการสาบานต่อเนื่องจากอายะฮ์ก่อนหน้านี้ ซึ่งเรียงลำดับความเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงมาอย่างสวยงาม
- ความแตกต่างระหว่างการเชื่อมอายะฮ์ด้วย อักษร ฟาอ์ และ อักษร วาว
- อัลลอฮ์สาบานด้วยท้องฟ้าที่สวยงาม และมีปรากฏการณ์หลากหลายเกิดขึ้นบนท้องฟ้า
- มนุษย์ขัดแย้งกันอย่างมากมายต่อความศรัทธาที่ท่านนบีได้นำมาแจ้งและเชิญชวน
- ความหลากหลายทางความคิดอาจจะแสดงให้เห็นถึงความไม่มั่นใจในความจริง
- คนที่หลงทางจากความจริง ไม่ว่าจะหาข้ออ้างหรือแนวคิดต่างๆ มากลบเกลื่อนความจริงอย่างไร สุดท้ายก็ยังหลงอยู่วันยังค่ำ
- คนที่ไม่ได้ตั้งต้นด้วยการปิดใจ ถ้าเขาแสวงหาความจริงสุดท้ายก็จะได้เจอ
- การใช้การโกหกหรือการคาดเดาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เป็นเหตุแห่งความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในสังคมอย่างไม่น่าเชื่อ
- เมื่อไรก็ตามที่เราอารมณ์นำหน้ามันจะก่อความเสียหายที่เราคาดไม่ถึง
- พวกมุชริกีนเยาะเย้ยท่านนบีด้วยการตั้งคำถามว่าเมื่อไรกิยามะฮ์จะเกิดขึ้น
- อัลลอฮ์ทรงตอบโต้ทันใด ด้วยการสำทับให้พวกเขารู้ว่าวันกิยามะฮ์คือวันที่พวกเขาจะต้องลิ้มลองการลงโทษอันเจ็บปวด แล้วเหตุใดจึงต้องรีบเร่งขอให้เจอด้วยเล่า


ตอนที่ 3 - อายะฮ์ 15-19
- ความแตกต่างระหว่างคำถามของผู้ศรัทธากับผู้ที่ไม่ศรัทธาต่ออาคิเราะฮ์
- ผู้ศรัทธาควรจะต้องถามว่า เราต้องเตรียมตัวอะไรเพื่อเจอกับอาคิเราะฮ์
- อัลลอฮ์พูดถึงการเตรียมตัวของผู้ศรัทธาที่มั่นใจว่าจะได้พบกับอาคิเราะฮ์
- มุตตะกีนกับมุห์สินีน 12.35
- บทสนทนาระหว่างอุมัรกับอุบัย์เกี่ยวกับความหมายของตักวา 12.40-14.50
- สวรรค์มากมายหลายประเภทที่ผู้ศรัทธาจะได้รับเป็นรางวัลจากอัลลอฮ์ 15.00-17.00
- อะไรคือสิ่งที่อัลลอฮ์ประทานให้กับชาวสวรรค์แล้วพวกเขาก็รับมาจากพระองค์ 18.15-20.40
- มุห์สินีน หมายถึงอะไร 21.00-23.55
- ก่อนจะเป็นมุห์สินีน ต้องเป็นมุตตะกีนก่อน จะเป็นมุตตะกีนต้องเป็นมุอ์มินีนก่อน 23.56-26.25
- คุณลักษณะของมุห์สินีน ประการแรก ใช้เวลากลางคืนเพื่ออิบาดะฮ์ต่ออัลลอฮ์
- การทำดีที่ดีสุด คือ ทำดีต่ออัลลอฮ์ด้วยการกิยามุลลัยล์
- พิสูจน์การแก้ปัญหาของเราด้วยการกิยามุลลัยล์ แทนที่การบ่นและโวยวาย
- การกิยามุลลัยล์เป็นความท้าทายของโลกสมัยใหม่
- กลางคืนของเราในยุคนี้ถูกใช้เพื่ออย่างอื่นมากกว่า
- อิสติฆฟารในช่วงท้ายของกลางคืน ให้ปฏิบัติอย่างน้อยเพื่อได้กลิ่นอายของชาวสวรรค์ 34.25-38.20
- ต่อไปคือคุณลักษณะการชอบบริจาคแก่คนที่มาขอและคนที่ไม่ได้ขอ ทั้งซะกาตและทานทั่วไป
- อิบาะฮ์ทางร่างกายกับอิบาดะฮ์ทางทรัพย์สิน จำเป็นต้องไปด้วยกัน ให้เศาะดะเกาะฮ์ลื่นไหลเหมือนกับการละหมาด 40.00-41.55
- ความประเสริฐของการเศาะดะเกาะฮ์ 42.00-45.00
- ต้องบริหารจัดการเพื่อให้สามารถทำอิบาดะฮ์โดยเฉพาะการบริจาคอย่างมีระบบและไม่เสียใจภายหลัง


ตอนที่ 4 - อายะฮ์ 20-27
- เนื่องจากวันอาคิเราะฮ์มีความสำคัญมากต่อมนุษย์ อัลลอฮ์จึงพยายามอธิบายให้พวกเขาเข้าใจและยอมรับ ผ่านการใช้หลากหลายวิธีในการอธิบาย
- มีสัญญาณต่างๆ มากมายในแผ่นดินที่แสดงถึงความจริงของอัลลอฮ์และการที่อาคิเราะฮ์นั้นมีจริง
- มีความมหัศจรรย์มากมายอยู่รอบตัวเราที่เป็นหลักฐานให้เราเพิ่มความมั่นใจต่ออัลลอฮ์
- การพิจารณาความมหัศจรรย์เหล่านี้เพิ่มอีมานได้ บางทีเราไม่รู้สึกตัวเพราะเราอยู่ท่ามกลางสิ่งเหล่านี้จนเคยชิน 12.00-15.10
- ในตัวของมนุษย์เองก็มีเครื่องหมายและสัญญาณต่าง ๆ มากมายที่แสดงถึงความอัศจรรย์ในการสร้างของอัลลอฮ์ 15.00-17.18
- นอกจากนี้บนท้องฟ้าก็เต็มเปี่่ยมไปด้วยความมหัศจรรย์ แม้กระทั่งริซกีของเราก็มาจากท้องฟ้า 17.30-19.34
- อัลลอฮ์เป็นผู้กำหนดริซกีให้กับเรา พระองค์คือพระผู้เป็นเจ้า
- อัลกุรอานเลือกใช้คำที่สวยงามในการอธิบาย
- สิ่งที่เราเห็นทั้งหมดนี้ จะทำอย่างไรให้มันสะท้อนกลับสู่อาคิเราะฮ์ให้ได้ 21.30-23.55
- อิบาดะฮ์ของเราเป็นอิบาดะฮ์ที่ผูกโยงเข้ากับทุกสิ่ งทุกอย่างรอบตัว ยกตัวอย่างการอิบาดะฮ์กลางคืนกับการใคร่ครวญ 24.00-25.55
- ทุกสิ่งที่อัลลอฮ์กล่าวถึงวันอาคิเราะฮ์ย่อมจะเป็นจริง เปรียบเสมือนความจริงที่มนุษย์ยอมรับว่าตนสามารถพูดได้
- หลังจากนั้นอัลลอฮ์ได้ยกตัวอย่างเรื่องราวต่าง ๆ ที่แสดงถึงผลของการปฏิเสธวันอาคิเราะฮ์
- กลุ่มมลาอิกะฮ์ที่มาหาท่านนบีอิบรอฮีมและกล่าวสลามแก่ท่าน
- เกร็ดความรู้เกี่ยวการให้สลามแบบนะศับและแบบร็อฟอฺ
- การสลามสั้นๆ เช่นกล่าวว่า "สลาม" เฉยๆ ได้หรือไม่?
- การต้อนรับแขกของท่านนบีอิบรอฮีม เป็นตัวอย่างสอนเราว่าควรให้ความสำคัญกับแขกอย่างไร


ตอนที่ 5 - 2019-12-26
- ตัวอย่างในการต้อนรับแขกของอิบรอฮีม
- มลาอิกะฮ์ได้ให้ข่าวดีกับอิบรอฮีมว่าจะมีลูกชายอีกคนหนึ่ง
- ปฏิกิริยาของภรรยาอิบรอฮีมหลังจากได้รับข่าวดีว่าจะมีลูก ในขณะที่นางมีอายุมากแล้ว
- เมื่อมลาอิกะฮ์แจ้งว่ามาเพื่อทำลายเมืองของนบีลูฏ อิบรอฮีมจึงทักท้วงพวกเขาด้วยความเป็นห่วงลูฏ
- รูปแบบการทำลายล้างกลุ่มชนของนบีลูฏ หรือชาวเมืองโซดอม
- เมืองโซดอม เมืองแห่งการลงโทษพวกลูฏ
- พฤติกรรมของพวกนบีลูฏ ปัจจุบันก็ยังมีปรากฏและกลายเป็นประเด็นที่คุยกันใหญ่โตเพื่อทำให้พฤติกรรมนี้เป็นเรื่องปกติในสังคม
- (นาที 30-32) ความสำคัญของการศรัทธาต่อวันอาคิเราะฮ์ในการแก้ปัญหาที่เป็นพฤติกรรมเลวทรามของมนุษย์
- บริเวณทะเลเดดซีใช่สถานที่ของพวกนบีลูฏจริงหรือไม่? ในฐานะมุสลิมเราควรจะวางจุดยืนของเราอย่างไร?
- เกร็ดความรู้เรื่องความหมายของ อิสลาม และ อีมาน เมื่อสองคำนี้อยู่ด้วยกันและแยกกัน


ตอนที่ 6 - 2020-1-2 อายะฮ์ 38-46
- บทนำเกร็ดเรื่องการต้อนรับปีใหม่ในทัศนะอิสลาม
- ความสัมพันธ์ระหว่างเนื้อหาคำสอนในอัลกุรอานกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริง จะเชื่อมโยงอย่างไร
- การเล่าถึงตัวอย่างประชาชาติที่ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์ว่ามีจุดจบเช่นไร
- สุนนะฮ์ของท่านนบี อิบรอฮีม อะลัยฮิสสลาม ที่เหลือไว้หลายประการแก่ประชาชาตินี้
- 17.16 - 18.44 การต้อนรับแขกของอิบรอฮีม
- ร่องรอยอีกประการหนึ่งที่ยังคงเหลือให้คนรุ่นหลังได้ใช้เป็นบทเรียน คือ เรื่องของมูซากับฟิรเอาน์
- 23.42 - 25.55 อำนาจของฟิรเอาน์แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ตัวเขา
- 26.45 - 28.45 การพึ่งพาไสยศาสตร์และหมอดูของบรรดาคนมีอำนาจเหมือนสมัยฟิรเอาน์
- ฟิรเอาน์มีจุดจบที่เลวร้าย ไม่ได้ตายดี
- พวกอ๊าดที่ถูกทำลายด้วยลมพายุจนไม่เหลือซาก
- พวกของนบีนูห์ ที่ถูกลงโทษด้วยน้ำท่วม


ตอนที่ 7 - 2020-1-9 อายะฮ์ที่ 47 จนจบ
- สรุปการลงโทษประชาชาติก่อนหน้ายุคท่านนบีด้วยการลงโทษที่แตกต่างกัน
- พูดถึงการสร้างท้องฟ้าและการขยายท้องฟ้าตามที่อัลลอฮ์ประสงค์
- พูดถึงแผ่นดินที่อัลลอฮ์สร้างมาเพื่อให้มนุษย์สะดวกสบายในการใช้ชีวิต
- 13.15 - 15.35 การสร้างทุกอย่างให้เป็นคู่ เป็นความมหัศจรรย์ประการหนึ่งที่อัลลอฮ์สรรค์สร้างมา
- การเป็นคู่ทั้งสิ่งที่เป็นวัตถุรูปธรรมและเรื่องที่เป็นนามธรรม
- 16.10 - 19.10 ความสำนึกเกิดมาจากการตะดับบุร การใคร่ครวญ ไม่ใช่ทุกคนสามารถจะสำนึกได้
- เรียนอัลกุรอานแล้วไม่เกิดบทเรียนเพราะเราไม่ได้คิดตามที่อัลกุรอานบอก
- กับกิตาบอัลกุรอาน ต้องตะดับบุร กับสรรพสิ่งต้องตะซักกุร
- 19.25 - เมื่อได้บทเรียนแล้วต้องมีแอคชั่นให้กลับไปหาอัลลอฮ์อย่างรีบรุด
- 20.50 - 22.00 ทำไมต้องรีบรุดกลับไปหาอัลลอฮ์ เพราะการลงโทษของอัลลอฮ์ถ้ามันมาก็จะลงมาอย่างฉับพลัน
- 22.00 - 24.10 สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อกลับไปหาอัลลอฮ์ คือ ต้องทิ้งชิริกทั้งหมด
- บาปชิริกคือบาปใหญ่ ที่เป็นต้นตอของบาปเล็กๆ อย่างอื่นทั้งปวง
- 25.00 - 26.30 เป้าประสงค์ของการสั่งให้เราพิจารณามัคลูก ก็คือ เพื่อให้เรากลับไปหาอัลลอฮ์
- จากความโง่เขลาสู่การเรียนรู้
- จากกุฟร์ สู่การศรัทธา
- จากการทำบาป สู่การเชื่อฟัง
- จากความหลงลืม สู่การรำลึกถึงอัลลอฮ์
- บรรดาคนที่ปฏิเสธการศรัทธาต่างก็ใช้ข้ออ้างเดียวกันในการต่อต้านสัจธรรม เสมือนว่าพวกเขาสั่งเสียตกทอดกันมา
- 31.00 - 32.54 คำพูดที่ออกมาเหมือนกัน เป็นเพราะว่าหัวใจของพวกเขาสกปรกเหมือนกัน
- หัวใจเหมือนกัน คำพูดเหมือนกัน
- ข้อเท็จจริงนี้เหมือนเป็นการปลอบใจท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ในเมื่อนี่เป็นสิ่งที่ท่านเลี่ยงไม่ได้
- 35.00 - 37.35 หน้าที่หลักของเราะสูลคือตัซกีร ข้อแตกต่างระหว่างตอบโต้กับตัซกีร
- 38.00 - 40.00 จุดประสงค์ในการสร้างมนุษย์และญิน
- ประเด็นการอธิบายต่ออายะฮ์นี้
- 1. อัลลอฮ์สร้างมนุษย์มาด้วยความพร้อมที่จะอิบาดะฮ์ต่อพระองค์
- ความหมายของตักลีฟ และ มุกัลลัฟ
- 2. การสร้างมนุษย์และญินก็เพื่อให้พวกเขายอมรับที่จะเป็นบ่าวต่อพระเจ้า
- ไม่ว่ามนุษย์จะศรัทธาหรือไม่ พวกเขาก็ยังคงอยู่ในสภาพบ่าว ที่หมายถึงว่าถูกควบคุมดูแลโดยอำนาจของพระเจ้า
- 3. การสร้างมนุษย์และญินเพื่อให้พวกเขารู้จักอัลลอฮ์
- 43.28 ทำไมอัลลอฮ์ต้องการให้เราอิบาดะฮ์ แล้วพระองค์จะให้อะไรกับเรา
- ปรัชญาหรือตรรกะในการอิบาดะฮ์ต่ออัลลอฮ์เป็นอะไรที่สามารถเข้าใจได้ง่าย
- เป็นบ่าวของอัลลอฮ์ คือ ความสูงส่ง เป็นตำแหน่งที่ท่านนบีขอดุอาอ์ต่ออัลลอฮ์
- 52.40 - 53.50 สรุปท้ายของสูเราะฮ์อัซ-ซาริยาต การทำความเข้าใจชีวิตตามครรลองของอัลลอฮ์

วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2562

สรุปเนื้อหาตัฟซีร สูเราะฮฺ อัน-นัจญ์มฺ






ฟังทาง SoundCloud ที่นี่



ตอนที่ 1 - 2019-8-15- เป็นสูเราะฮ์ที่ถูกประทานลงมาหลังจากสูเราะฮ์อัลอิคลาส
- เป็นสูเราะฮ์แรกที่มีคำสั่งให้ก้มกราบ และเป็นสูเราะฮ์แรกที่มีคำสั่งใช้ให้ท่านนบีอ่านเสียงดังต่อหน้าพวกกุเรช ณ มัสยิดอัลหะรอม
- การตั้งโจทย์ของนบีอิบรอฮีม ว่าใครคือพระเจ้าของเขา จากการสังเกตท้องฟ้า ทั้งกลางวันและกลางคืน
- เราจะรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮ์ได้อย่างไร?
- ความสำคัญระหว่างมนุษย์กับดวงดาวในสมัยก่อน
- อิสลามคือศาสนาแห่งวะห์ยู คือ คัมภีร์อัลกุรอานและสุนนะฮ์ของท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
- การกล่าวร้ายของพวกมุชริกีนต่อท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่าท่านเป็นคนหลงผิดและหลงทาง
- หะดีษที่กล่าวถึงการพูดความจริงของท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แม้กระทั่งในการหยอกล้อ
- อัลกุรอานที่มาถึงเราทุกวันนี้ เป็นนิอฺมัตที่ใหญ่หลวงยิ่ง เพราะอะไร?


*ถอดเนื้อหาสรุปจากคลิปเสียงโดย Abu Firman



ตอนที่ 2 - 2019-8-22- อัลลอฮ์ตอบโต้มุชริกีนที่ปฏิเสธท่านนบีและวะห์ยู โดยให้เห็นว่าการประทานวะห์ยูนั้นเป็นเรื่องใหญ่ มิใช่เรื่องเล่นๆ
- อัลกุรอานเป็นวะห์ยูทั้งคำพูดและความหมาย
- หะดีษเป็นวะห์ยูเช่นเดียวกัน แต่เป็นที่ความหมายที่ได้รับการดลใจจากอัลลอฮ์
- อะฮ์ลุซซุนนะฮฺ คือ กลุ่มชนที่ยอมรับหลักฐานที่เป็นอัลกุรอานและหะดีษ
- กระบวนการรับหลักฐานทั้งสองต่างกัน อัลกุรอานนั้นมีความถูกต้องในตัวของมันเอง แต่อัลหะดีษจะต้องมีการตรวจสอบ
- มุสลิมต้องใช้วะห์ยูในการดำรงชีวิต
- หนังสือที่ควรมีติดตามบ้านคือ อัลกุรอานแปลไทย เศาะฮีห์อัล-บุคอรี และเศาะฮีห์มุสลิม
- รากฐานของความรู้ที่สำคัญนั้นคือ วะห์ยู หรือ ความรู้ที่มาจากอัลลอฮ์
- ญีบรีล คือ หัวหน้าของบรรดามะลาอิกะฮฺ ผู้ทรงพลัง แข็งแกร่ง ทรงอำนวจ ซึ่งได้รับหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ คือ สอนท่านนบีด้วยการนำวะห์ยูจากอัลลอฮ์ให้ท่าน
- คุณลักษณะของญีบรีล บางส่วนคือ มีมารยาทที่สง่างาม คุณลักษณะที่สมบูรณ์ มีปีก 600 ปีก บางหะดีษบอกว่าเวลาขยับปีจะมีอัญมณีเพชรพลอยร่วงออกมา
- ช่วงที่ท่านนบีเสียชีวิต มีเศาะหาบะฮฺหญิงท่านหนึ่งร้องไห้ เนื่องจากเสียใจที่หลังจากนี้จะไม่มีวะห์ยูอีกต่อไป จะไม่มีญีบรีลลงมาอีก
- เหตุผลที่อัลลอฮ์เลือกญีบรีลรับหน้าทีในการนำวะห์ยูให้กับท่านนบี คือ เป็นหลักประกันว่าวะห์ยูของพระองค์จะได้รับการดูแลอย่างดี
- อัร-รูห์ อัล-อามีน วิญญาณผู้ซื่อสัตย์ ผู้ที่ได้รับความไว้วางใจ และแข็งแกร่งสามารถที่จะปกป้องวะห์ยูได้ เป็นฉายาของญิบรีล
- ญีบรีล เคยแสดงตัวตนที่แท้จริงให้ท่านนบีเห็น 2 ครั้ง ครั้งแรก ท่านนบีขอให้ท่านญีบรีลเผยร่าง ญีบรีลก็เลยยืนบนอวกาศ (บนท้องฟ้า) ด้านทิศตะวันออก ท่านนบีก็เห็นร่างของญีบรีลใหญ่มหึมา เต็มท้องฟ้า
- ญีบรีลสอนท่านนบีตัวต่อตัว ในระยะประชิดตัว เหมือนระยะห่างระหว่างปลายทั้งสองของคันธนู
- อธิบายลักษณะของผู้สอนนั้นคือญีบรีล
- ท่านนบีเห็นญีบรีลในร่างจริงอีกครั้ง ณ สถานที่ๆ เรียกว่า สิดเราะตุล มุนตะฮา (สุดเขตที่มัคลูกจะสามารถเข้าไปได้ เป็นเขตของอัลลอฮ์)
- สิดเราะตุล มุนตะฮา ถูกปกคลุมไปด้วยสิ่งที่ไม่สามารถพรรณาได้
- ท่านนบีมีมารยาทในการเข้าเฝ้าอัลลอฮ์ ท่านไม่ละสายตาไปดูอย่างอื่นถึงแม้ว่าสิ่งรอบตัวจะมีความน่าสนใจมากขนาดไหนก็ตาม


*ถอดเนื้อหาสรุปจากคลิปเสียงโดย Abu Mus-ab




ตอนที่ 3 (อายะห์ที่ 19-26) - 2019-8-29- บรรดามุชริกีนได้ปฏิเสธวะห์ยูจากอัลลอฮ์ แถมยังโต้เถียง และใส่ร้ายท่านนบีต่างๆ นานา อัลลอฮ์ตะอาลาจึงตั้งคำถามเพื่อที่จะหักล้าง และตำหนิประณามพวกเขา
- อัล-ลาต คือรูปปั้นที่บรรดามุชริกีนกราบไหว้บูชา ซึ่งมีความหมายทางภาษาและทางความเชื่อว่า "อัลลอฮ์"
- เช่นเดียวกันกับรูปปั้นตัวอื่นๆ อย่าง อัล-อุซซา และมะนาต พวกเขาตั้งชื่อเพื่อที่จะเทียบเคียงกับอัลลอฮ์
- ความคิดที่ผิดเพี้ยนของบรรดามุชริกีน พยายายามทำทุกอย่างให้เหมือนกับที่อัลลอฮ์ให้มา
- บรรดามุชริกีนเชื่อว่า มะลัก (มลาอิกะฮ์) เป็นเพศหญิง และยังชื่อว่าพวกเขาเป็นลูกสาวของอัลลอฮ์ ทั้งที่ตัวมุชิริกีนเองเกลียดการมีลูกสาว
- สิ่งที่ท่านนบีได้นำเสนอให้กับชาวมุชริกีนนั้น ล้วนมีหลักฐานมาสนับสนุนที่เป็นวะห์ยูจากอัลลอฮ์ทั้งสิ้น
- สิ่งที่บรรดามุชริกีนได้คิดและปฏิบัตินั้น ไม่มีหลักฐานใดๆ ทั้งสิ้นที่เป็นวะห์ยูจากอัลลอฮ์ แต่เกิดจากการคาดเดา สงสัย และอารมณ์ใฝ่ต่ำของตนทั้งนั้น
- พวกเขาโต้เถียงท่านนบี ใช้ชีวิตอยู่กับความมืดมนและอารมณ์ใฝ่ต่ำ อยู่กับพระเจ้าจอมปลอมมาทั้งชีวิต โดยไม่มีแหล่งที่มาที่เป็นหลักฐานที่ชัดแจ้ง แต่เมื่อท่านนบีนำแสงสว่าง นำวะห์ยูจากอัลลอฮ์มา พวกเขากลับปฏิเสธ
- บรรดามุชริกีนสร้างรูปปั้นโดยมีวัตถุประสงค์ให้เป็นสื่อกลางระหว่างเขากับอัลลอฮ์ หวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือในวันอาคิเราะฮฺ ทั้งๆ ในความเป็นจริงแล้ว มันไม่ให้ประโยชน์อะไรกับพวกเขาเลย
- ผู้ที่จะให้ในสิ่งที่พวกเจ้าหวัง ทั้งในโลกนี้ และโลกหน้า หาใช่รูปปั้นที่พวกเจ้าสร้างกราบไหว้บูชา แต่เป็นอัลลอฮ์ พระผู้ทรงสร้างและผู้ควบคุมทุกสิ่งอย่างทั้งโลกนี้และโลกหน้า
- มะลาอิกะฮ์บนท้องฟ้าที่อัลลอฮ์ทรงสร้างมีจำนวนมากกว่ารูปปั้นที่พวกเขากราบไหว้บูชา ยังไม่มีความสามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ แก่มนุษย์ นับประสาอะไรกับรูปปั้นไม่กี่รูปที่พวกเขาสร้างขึ้นมาเอง
- บรรดามุชริกีนได้ตั้งภาคีกับอัลลอฮ์ กล่าวหาใส่ร้ายท่านนบีไว้มากมาย แต่ก็ยังหวังว่าจะได้รับสิ่งดีๆ หวังว่าจะได้รับความใกล้ชิดกับอัลลอฮ์ ซึ่งเป็นการหวังแบบลมๆ แล้งๆ ที่เป็นไปไม่ได้
- มุสลิมผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ เมื่อต้องการในสิ่งที่ตนเองคาดหวังจากอัลลอฮ์ ต้องปฏิบัติตัวให้เหมาะกับสิ่งที่ตัวเองคาดหวัง หาใช่หวังลมๆ แล้งๆ เหมือนกับบรรดามุชริกีน


*ถอดเนื้อหาสรุปจากคลิปเสียงโดย Ausman Abdullah




ตอนที่ 4 - 2019-9-5
- การถือศีลอดสุนัตในเดือนมุหัรร็อม(วันอาชูรออ์)ควรถือศีลอดให้ได้ 3 วัน คือ วันที่ 9,10,และ 11
- หรือถือศีลอดให้ได้ 2 วัน คือ วันที่ 9 กับวันที่10, หรือวันที่ 10 กับ วันที่ 11 แต่ไม่ควรพลาดวันที่ 10 เดือนมุหัรร็อม
- การถือศีลอดวันอาชูรออ์เป็นแบบอย่างของท่านนบีและบรรดาเศาะหาบะฮ์
- วันอาชูรออ์ คือ วันที่ท่านนบีมูซานำชาวบนีอิสรออีลหนีจนปลอดภัยจากการไล่ล่าของฟิรเอาน์
- การถือศีลอด คือ การขอบคุณอัลลอฮ์
- ทุกอย่างในโลกนี้และบรรดามะลาอิกะฮ์ไม่สามารถช่วยเหลือผู้ใดได้เลยหากอัลลอฮ์ไม่อนุญาต
- อัล-ลาตเป็นรูปปั้นประจำชาวฏออิฟ อัล-อุซซาประจำชาวกุเรช และมะนาตประจำชาวยัษริบ
- ผู้ที่จะได้รับการช่วยเหลือหรือ ชะฟาอะฮ์ นั้น พระองค์ต้องพอพระทัยเขา
- พวกมุชริกีนคาดเดาว่าบรรดามะลาอิกะฮ์เป็นเพศหญิง
- เรื่องราวที่มาจากการคาดเดาไม่สามารถที่จะเปรียบเทียบกับเรื่องจริงได้เลย
- อัลกุรอานเป็นคัมภีร์ที่มาจากอัลลอฮ์
- เราต้องหาความจริงให้เจอและต้องบอกให้ได้ว่าความจริงนั้นนำมาจากไหน
- อัซ-ซ็อน คือ การคาดเดา
- พฤติกรรมของผู้ที่บูชาเจว็ดเป็นพฤติกรรมของการคาดเดา
- อัลลอฮ์สั่งให้ท่านนบีอย่าได้น้อยใจกับพวกที่บูชาเจว็ด จงทำงานของท่านต่อไป อย่าใส่ใจหากพวกเขาไม่ศรัทธา
- ท่านนบีมุหัมมัดเป็นผู้ที่มีความเมตตา
- พวกปฏิเสธศรัทธานั้นพวกเขาต้องการความรู้เฉพาะโลกนี้เท่านั้น
- ความรู้ที่สามารถที่จะนำเราไปในโลกหลังความตายได้นั้น คือความรู้จากคัมภีร์อัลกุรอาน
- ดุอาอ์ของท่านนบี อย่าให้โลกนี้เป็นเรื่องใหญ่กว่าภารกิจอื่นๆ ในชีวิตเรา
- อัลลอฮ์เป็นผู้ปกครองทุกอย่างบนโลกใบนี้
- เมื่อเราขอจากพระองค์เราก็ต้องรู้จักขอบคุณพระองค์
- ผู้ที่ปฎิบัติดีพระองค์ก็จะตอบแทนในสิ่งที่เขาทำ และคนที่ปฎิบัติชั่วพระองค์ก็จะตอบแทนในสิ่งที่เขาทำเช่นกัน
- คนดี คือ คนที่ห่างไกลจากบาปใหญ่และสิ่งลามกทั้งหลาย และไม่จำเป็นว่าต้องบริสุทธิ์จากความผิดพลาดเล็กน้อย
- อัลลอฮ์ทรงรู้จักเราดียิ่งกว่าตัวเราเอง ดังนั้น อย่าประกาศอย่างโอหังว่าตัวเองนั้นเป็นผู้ที่บริสุทธิ์แล้ว


*ถอดเนื้อหาสรุปจากคลิปเสียงโดย Abu Shamil



ตอนที่ 5 - 2019-9-12
- การเรียนอัลกุรอาน สิ่งสำคัญคือการหาบทเรียนที่ซุกซ่อนอยู่ในอายะฮ์ต่างๆ เพื่อนำมาใช้เป็ณกฎเกณ์ หรือ คติ หรือเครื่องมือที่เราจำใช้ดำรงชีวิตอยู่อย่างเข้าใจมากขึ้น
- ความสุขของผู้เรียนอัลกุรอาน คือ การที่เขาอ่าน ทำความเข้าใจ แล้วเจอความลับที่สามารถยึดมาใช้ในชีวิตจริงของเขา
- วะห์ยูของอัลลอฮจะทำให้เราเจอบั้นปลายที่ดี บั้นปลายนั้นคือชีวิตหลังความตาย
- ไม่มีหนังสือเล่มใดที่กล่าวถึงเรื่องราวหลังความตาย
- ความรู้ของมนุษย์นั้นมีจำกัด ต้องพึ่งวะห์ยู เพื่อให้เข้าใจถึงชีวิตหลังความตาย
- อายะฮ์ 31 อายะฮ์กลุ่มนี้ กล่าวถึงผู้ใช้ชีวิตด้วยวะห์ยูที่มีความชัดเจนจากอัลลอฮ มีแหล่งอ้างอิงที่มาที่ไป กับคนอีกกลุ่มที่ดำรงชีวิตอยู่ด้วยการคาดเดา และตามอารมณ์
- อัลลอฮฺสั่งใช้ให้ท่านนบีไม่ต้องไปใส่ใจกับกลุ่มคนดื้อดึงกลุ่มนี้ ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปให้ดี
- สำหรับผู้ที่เชื่อฟังอัลลอฮฺ ดำเนินรอยตามท่านนบี อัลลอฮจะตอบแทนเขาด้วยสิ่งที่ดี
- ผู้ที่เข้าสวรรค์ คือ ผู้ที่ละทิ้งบาปใหญ่ และโสมม(อัลฟาวาหิช) เว้นแต่มีความผิดพลาดเล็กน้อย(บาปเล็ก)
- บาปอัลฟาวาหิช คือ บาปที่สติปัญญาเข้าถึงได้ รู้ได้ว่าเป็นบาป ถึงแม้ว่าไม่มีหลักฐานหรือวะห์ยูระบุไว้ เช่น การลักขโมย การผิดประเวณี การฆ่าคนอื่น
- บาปใหญ่ (กาบาอิร อัลอิซมฺ) คือ บาปที่สติปัญญาอาจจะไม่เข้าถึง ต้องมีวะห์ยูระบุ เช่น การละหมาดนอกเวลาของมัน การละหมาดไม่มีน้ำละหมาด
- ไม่ควรด่าว่า หรือวิจารณ์ผู้ที่อาจจะกำลังทำผิด เนื่องจากเขาอาจจะพลาดพลั้ง
- การเข้าสวรรค์ของมนุษย์ไม่ได้เข้าเพียงเพราะความดีของเขา แต่เป็นเพราะความเมตตาอันกว้างขวางของอัลลอฮฺที่ทรงอนุญาตให้ได้เข้าสวรรค์
- ไม่มีนุษย์คนใดที่ปราศจากความผิดบาป
- อัลลอฮฺทรงรู้ว่ามนุษย์นั้นอ่อนแอ เพราะฉะนั้นอัลลอฮฺจึงยกเว้นให้มนุษย์เป็นคนดีได้ ถึงแม้จะมีบาปเล็กก็ตาม
- เมื่ออัลลอฮฺให้อภัยเราได้ ทำไมเราจึงให้อภัยความผิดพี่น้องของเราไม่ได้
- โรคคนดีที่ต้องระวัง คือ โรคที่รู้สึกว่าตัวเองดีกว่าคนอื่น
- เราไม่สามารถรู้ได้ว่าความดีไหน ที่อัลลอฮุตะอาลา รับ
- ท่านนบีเปรียบการชมผู้อื่น เสมือนการบั่นคอคนๆ นั้น
- ท่านนบีกล่าวว่า หากจำเป็นที่ต้องชมผู้อื่น ให้พูดว่า ฉันคิดว่า..เป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ และอัลลอฮฺทรงรู้ดีว่าเขาผู้นั้นเป็นอย่างไร
- ผู้ที่ถูกชม ท่านนบีแนะนำการป้องการมารร้ายมากระซิบกระซาบ ไม่ให้เกิดการตะกับบุร คือ ให้อ่านดุอาอ์

اللهم لا تؤاخذني بما يقولون .. واغفر لي ما لا يعلمون .. واجعلني خيرا مما يظنون

- บทสรุปอายะฮฺเหล่านี้สอนให้เรามองผู้อื่น และมองตนเองอย่างไร และอย่าได้ทะนงตนในความดีของตนเอง เพราะนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะนำไปอวดดีกับผู้อื่นได้ อัลลอฮุตะอาลาเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่รู้ดีว่าใครยำเกรงว่าดีกว่า

*ถอดเนื้อหาสรุปจากคลิปเสียงโดย Abu Mus-ab


ตอนที่ 6 - 2019-9-19
- ทุกครั้งที่เรามาศึกษาอัลกุรอาน หัวใจของเราจะได้รับการแสกนด้วยอัลกุรอานด้วย
- การศึกษาอัลกุรอานเป็นทั้งการเสริมด้านจิตวิญญาณและการเสริมปัญญาด้วยความรู้
- สภาพบั้นปลายระหว่างสองแนวทางการดำเนินชีวิต ฝั่งหนึ่งใช้วะห์ยู อีกฝ่ายหนึ่งใช่การคาดเดาของฮาวานัฟซู
- กลุ่มอายะฮ์ที่เป็นการตักเตือนตรงๆ กับคนที่ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์ในบรรดาพวกมุชริกีน
- อธิบายสาเหตุของการประทานอายะฮ์ เกี่ยวกับอัลวะลีด บิน อัลมุฆีเราะฮ์
- พวกมุชริกีนกล้าล้อเลียนถากถางต่อคัมภีร์ของอัลลอฮ์ และทำเป็นเล่นๆ
- อัลลอฮ์ทรงตอบโต้พฤติกรรมของอัลวะลีดที่หันหลังให้กับอิสลาม เพราะคำพูดของคนที่มาหว่านล้อมเขาว่าจะยอมรับบาปแทนเขา โดยที่เขาไม่จำเป็นต้องศรัทธาต่ออัลลอฮ์
- ประเด็นเรื่องการรับผิดแทนคนอื่น เป็นสิ่งที่อัลกุรอานปฏิเสธว่าไม่สามารถเป็นไปได้โดยเด็ดขาด
- อัลกุรอานตั้งคำถามเหตุใดพวกมุชริกีนไม่ลองถามชาวคัมภีร์ซึ่งพวกเขาเคยขอคำปรึกษามาหลายเรื่อง แต่เหตุใดเรื่องนี้จึงไม่ไปขอหารือจากพวกเขาบ้าง
- รายละเอียดของการแบกรับบาปและการโอนบาป ได้หรือไม่ได้อย่างไรส่วนไหนบ้าง
- ในขณะที่การแบ่งส่วนบุญก็มีประเด็นที่ได้หรือไม่ได้ตามรายละเอียดที่บรรดาอุละมาอ์อธิบายไว้
- กฎทั่วๆ ไป คือ ไม่สามารถแบ่งบาปหรือบุญของเราให้คนอื่นได้
- มีการถกเถียงกันในทัศนะของอุละมาอ์เกี่ยวกับอายะฮ์ที่บอกว่าผู้อื่นไม่สามารถรับแบ่งบุญของคนอื่น
- ตัวอย่างของการได้บุญมาแบบเปล่าๆ โดยที่เราไม่ได้ลงมือทำเอง
- ทัศนะของอิมามชาฟิอีย์ว่าด้วยการยกผลบุญการอ่านอัลกุรอานให้คนตาย
- เศาะดะเกาะฮ์ให้คนตายถึงผู้ตายแน่นอน เป็นทัศนะที่เห็นตรงกันระหว่างอุละมาอ์
- ข้อเสนอแนะให้มีการจัดการเศาะดะเกาะฮ์สำหรับบุพการี ให้เป็นกิจกรรมในครอบครัว
- สามประการที่จะมีผลบุญไม่ขาดสายแม้ว่าเราจะตายไปแล้วก็ตาม
- กฎทั่วไปก็คือ ผลบุญของใครก็เป็นของเขา ไม่สามารถแบ่งให้คนอื่นได้ เว้นแต่อะมัลบางประการที่มีระบุในหะดีษว่าส่งผลให้คนอื่นได้ด้วย
- ตัวอย่างของการงานที่สามารถส่งผลประโยชน์ให้กับบุคคลอื่น ตามที่ระบุให้หะดีษ
- พวกเราทุกคนจะได้เห็นผลบุญของเราเองในวันกิยามะฮ์

ตอนที่ 7 - 2019-9-26  อายะฮ์ที่ 40 เป็นต้นไป
- เรื่องราวอื่นเพิ่มเติมในคัมภีร์ของมูซากับอิบรอฮีมที่พวกมุชริกีนควรจะตั้งคำถาม
- ในวันอาคิเราะฮ์มนุษย์จะได้เห็นความดีที่เขาทำตอนที่อยู่ในดุนยา เพื่อเป็นการให้เกียรติเขา
- ทุกคนต้องกลับไปหาอัลลอฮ์ ถ้าหากมนุษย์คิดเรื่องนี้ได้เขาอาจจะเยียวยาปัญหาในดุนยาได้
- หากอาคิเราะฮ์เป็นเรื่องที่ไกลเกินไป ก็ให้มนุษย์มองตัวเขาเองก่อนเพราะใกล้ตัวเขาที่สุด
- การหัวเราะและการร้องไห้ที่เกิดขึ้นกับมนุษย์เกิดได้อย่างไร เคยคิดไหม?
- อารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ ล้วนสอนเราได้หมด ให้เราผูกพันกับอัลลอฮ์
- การที่อัลลอฮ์สร้างทุกอย่างให้เป็นคู่ ก็เป็นบทเรียนแก่มนุษย์
- ตัวอย่างความมหัศจรรย์ที่อัลลอฮ์สร้างมาให้กับเรา ซึ่งล้วนไม่ใช่ความบังเอิญแน่นอน
- อัลลอฮ์คือผู้ทรงกำหนดความร่ำรวยและความมั่งมีแก่มนุษย์
- อัลลอฮ์คือผู้ทรงช่วยเหลือให้มนุษย์สามารถเก็บทรัพย์สินของตนเองไว้ได้
- อัลกุรอานสามารถให้กำลังใจกับเราได้โดยตรงและโดยอ้อม เป็นความมหัศจรรย์ที่รู้ใจมนุษย์ทุกอย่าง
- อัลกุรอานเป็นวิชาชีวิต พัฒนาชีวิตอย่างไรให้เป็นผู้สำเร็จในอาคิเราะฮ์
- จากเรื่องอาคิเราะฮ์ กลับมาพูดถึงเรื่องร่างกายและอารมณ์ของมนุษย์ จากนั้นก็ย้ายไปพูดเรื่องจักรวาล
- ดาวชิอฺรอ กลุ่มดาวสุนัขใหญ่ซีรีอุส ถูกพูดถึงเพื่อบอกว่าดาวพวกนี้ไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิใดๆ เหมือนที่พวกมุชริกีนเข้าใจ
- บทสรุปสุดท้าย วิชาชีวิตเราต้องพึงวะห์ยูเท่านั้น ไม่เช่นนั้นแล้วมนุษย์ก็อาจจะยึดสิ่งต่างๆ เป็นที่พึ่งตามใจตัวเอง

ตอนที่ 8 - 2019-10-3
- (ในคลิปผู้บรรยายพูดผิดว่าเป็นสูเราะฮ์ อัล-เกาะมัร ที่ถูกต้องคือสูเราะฮ์ อัน-นัจญ์มฺ)
- วิธีการเรียกร้องของอัลกุรอาน อันดับแรกให้เอาบทเรียนจากอาคิเราะฮ์ ต่อมาให้ถอดบทเรียนจากเรื่องใกล้ตัวที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง
- ต่อให้เอาบทเรียนจากจักรวาล และในที่สุดก็พูดถึงเรื่องราวในประวัติศาสตร์ของชนที่เคยที่ถูกทำลาย
- อ๊าดพวกแรก กับ อ๊าดพวกที่สอง คือใคร?
- เหตุใดที่พวกของนบีนูห์จึงอธรรมยิ่งกว่า
- พวกที่ถูกพลิกเมือง คือพวกไหน?
- การทำลายประชาชาติที่อธรรมเป็นนิอฺมัตของอัลลอฮ์ได้อย่างไร?
- ด้วยนิอฺมัตอันใดอีกที่พวกเจ้ายังสงสัยกันอยู่
- ทั้งหมดที่กล่าวถึงนี้ล้วนถูกระบุในอัลกุรอานทั้งสิ้น และเป็นคำเตือนจากอัลลอฮ์
- ระบบการเตือนมีความสำคัญต่อชีวิตมนุษย์อย่างไร
- เรื่องดุนยายังมีคำเตือน ดังนั้นอาคิเราะฮ์ก็ต้องมีระบบเตือนด้วยเช่นกัน
- หากแหกคำเตือนในดุนยายังพังขนาดนี แล้วหากแหกคำเตือนของอาคิเราะฮ์จะหายนะขนาดไหน
- สูเราะฮ์นี้กำลังเน้นการปฏิบัติตามวะห์ยู เพราะวะห์ยูคือระบบเตือนเกี่ยวกับอาคิเราะฮ์ที่ถูกต้องและดีที่สุด
- พวกมุชริกีนมองวะห์ยูเป็นเรื่องแปลกประหลาด และยังหัวเราะเยาะต่อวะห์ยู
- การร้องไห้มีความสำคัญอย่างไรสำหรับชีวิตผู้ศรัทธา
- ให้เราได้รับบทเรียนจากวะห์ยูของอัลลอฮ์ที่ประทานผ่านท่านนบี


วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2562

สรุปเนื้อหาตัฟซีร สูเราะฮฺ อัล-เกาะมัร


รับฟังไฟล์เสียงสูเราะฮ์นี้ทุกตอนได้ที่นี่ .. คลิก
https://soundcloud.com/e-daiyah/sets/tafseer_alqomar

ตอนที่ 1 - 2019-6-13
- ชีวิตของมุสลิมหลังจากเราะมะฎอน
- เป็นหนึ่งสูเราะฮ์ที่ถูกตั้งชื่อที่เป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากเรียนรู้สรรพสิ่งต่างๆ เหมือนที่บรรดาบรรพชนมุสลิมในอดีตได้รับแรงบันดาลใจศึกษาวิทยาการต่างๆ ที่มีอิทธิพลจนถึงปัจจุบัน
- ตัวอย่างนักวิทยาศาสตร์มุสลิมในอดีตที่มีอิทธิพลต่อเทคโนโลยีทุกวันนี้
- ให้เห็นถึงความสำคัญของการเรียนรู้ เพราะนักวิชาการในอดีตไม่ได้ชำนาญในเรื่องศาสนาอย่างเดียว
- อัลกุรอานพูดทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์ แต่เราจะเข้าถึงหรือไม่ขึ้นกับวิธีการเรียนของเราเอง
- ความประเสริฐของสูเราะฮ์นี้
- เริ่มต้นสูเราะฮ์นี้พูดถึงประชาชาติที่เรียกร้องอยากเห็นปาฏิหาริย์จากศาสนทูตแต่สุดท้ายก็ยังปฏิเสธศรัทธา
- พฤติกรรมการปฏิเสธศรัทธาหลังจากได้เห็นเครื่องหมายที่อัลลอฮ์ กลายเป็นกฎเกณฑ์ที่เรียกว่าสุนนะตุลลอฮ์
- สุนนะตุลลอฮ์ ว่าด้วยการปฏิเสธศรัทธาและการลงโทษผู้ฝ่าฝืน เป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องเรียนรู้ให้ดี
- วันกิยามะฮ์เข้ามาใกล้แล้ว อายะฮ์นี้หมายถึงอย่างไร?
- คำว่า อัส-สาอะฮ์ หมายถึงวันกิยามะฮ์ที่จะเกิดขึ้นโดยที่มนุษย์ไม่ทันตั้งตัว
- หะดีษที่กล่าวถึงการแยกออกจากกันของดวงจันทร์เป็นหะดีษมุตะวาติร
- อัลกุรอานและประเด็นคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกันอย่างไร


ตอนที่ 2 - 2019-6-20
- ระหว่างความรู้กับบะเราะกะฮ์ อันไหนสำคัญกว่า
- ความรู้ที่น้อยนิดแต่ได้บะเราะกะฮ์ย่อมดีกว่าความรู้มากมายแต่ไม่มีบะเราะกะฮ์
- ในหะดีษเปรียบเทียบมนุษย์ออกเป็นสามประเภทเหมือนดินร่วน ดินเหนียว ดินทราย
- เมื่อท่านนบีขอดุอาอ์ให้อัลลอฮ์ทำให้ดวงจันทร์แยกออกจากกัน พวกมุชริกีนก็ยังกล่าวอ้างว่าท่านนบีทำไสยศาสตร์อีกแล้ว แต่บางคนก็เริ่มคลางแคลงว่าไม่ใช่ไสยศาสตร์
- แม้ว่าจะดูเครื่องหมายและปฏิเสธต่อท่านนบี แต่อัลลอฮ์ก็ไม่ได้ลงโทษพวกมุชริกีนเหล่านี้ เพราะท่านนบียังอยู่ในหมู่พวกเขา
- ที่คนเหล่านี้ไม่ศรัทธาเพราะตั้งต้นแต่แรกแล้วว่าจะไม่ศรัทธา พวกเขาเพียงแค่อยากต่อล้อต่อเถียงกับท่านนบีเท่านั้น
- ทุกเรื่องทั้งการศรัทธาและไม่ศรัทธา รวมถึงผลลัพธ์ที่แต่ละฝ่ายต้องได้รับ ล้วนอยู่ในสุนนะตุลลอฮ์ที่พระองค์กำหนดทั้งสิ้น
- พวกกุเรชรู้เรื่องของประชาชาติที่เคยถูกทำลายในสมัยก่อนๆ ดี แต่พวกเขาก็ไม่ยอมใช้เอามาเป็นบทเรียนให้เป็นอุทาหรณ์
- สุดท้ายอัลลอฮ์ก็ออกคำสั่งให้ท่านนบีวางท่าทีโดยไม่ต้องใส่ใจต่อคำพูดของคนเหล่านั้น
- ภารกิจดะอฺวะฮ์ยังคงต้องทำต่อไป เพียงแต่ไม่ต้องสนใจว่าพวกเขากล่าวหาอะไร
- วันที่พวกเขาถูกเรียกตัวไปชุมนุม จะออกจากหลุมฝังศพอย่างกระจัดกระจายไร้ทิศทางเหมือนตั๊กแตน
- ความน่าสะพรึงกลัวของวันกิยามะฮ์ที่หนักหนาสาหัสสำหรับคนปฏิเสธ
- ปล่อยคนพวกนี้ไปจนกว่ากิยามะฮ์จะมาถึง ให้พวกเขาเห็นเองกับตา จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็รอดู
- ถ้าไม่เชื่อว่าจะมาจริงๆ ก่อนถึงกิยามะฮ์ก็มีสัญญาณต่างๆ ให้พวกเขาเห็นแล้ว อยู่ที่สติปัญญาของพวกเขาจะคิดได้หรือไม่


ตอนที่ 3 - 2019-7-4
- รีเฟรชตัวเองด้วยอัลกุรอาน ท่ามกลางความวุ่นวายมากมายในโลกปัจจุบัน
- ฟิตนะฮ์ที่ทำให้หัวใจมนุษย์บอบช้ำไม่จำเป็นต้องออกมาในรูปลักษณ์ที่น่ากลัว แต่กลับมาในรูปแบบของความสุขหรูหราฟุ่มเฟือย
- โลกแห่งการตัดญีล คือการเคลือบความเท็จด้วยภาพลักษณ์สวยหรู
- เป็นปฐมบทแห่งการวันสิ้นโลก อะไรที่จะทำให้เราตื่นตัวจากสภาพนี้ได้บ้าง ถ้าไม่ใช่อัลกุรอาน
- มัจลิสอิลมีมีความสำคัญมากในการแก้ปัญหาเหล่านี้
- สืบเนื่องจากตอนที่แล้ว ครั้งนี้อัลลอฮ์ยกตัวอย่างเรื่องราวของประชาชาตินบีนูห์เป็นอุทาหรณ์แรก
- เรื่องราวโดยละเอียดของนบีนูห์และบทเรียนต่างๆ สามารถทบทวนได้จากตัฟสีรสูเราะฮ์นูห์
- เรื่องราวนบีนูห์สะท้อนถึงการทำงานของเราอย่างไรบ้าง?
- เมื่อถึงที่สุด อัลลอฮ์จึงเปิดประตูของฟ้า ด้วยน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก
- นบีนูห์และผู้ศรัทธาปลอดภัยด้วยการช่วยเหลือของอัลลอฮ์ให้นั่งอยู่บนเรือ
- น้ำท่วมในสมัยนบีนูห์และซากเรือของท่านเป็นเครื่องหมายสำหรับมนุษยชาติ ไม่ใช่เฉพาะสำหรับมุสลิมเท่านั้น
- ในเมื่อทราบเรื่องราวต่างๆ เหล่านี้แล้ว เราได้รับบทเรียนอะไรบ้าง
- อัลกุรอานเล่าเรื่องราวนี้ให้เราเข้าใจได้ง่ายๆ เราเคยหวนคิดบ้างหรือไม่
- เครื่องมือที่สะดวกสบายในปัจจุบันอาจจะเป็นฟิตนะฮ์ แต่เราจะเปลี่ยนฟิตนะฮ์ให้เป็นนิอฺมะฮ์ได้อย่างไร
- คำอธิบายของอัส-สะอฺดีย์ว่าด้วยความง่ายดายของอัลกุรอาน
- ไม่มีข้ออ้างว่ายากในการเรียนอัลกุรอาน ในเมื่ออัลลอฮ์บอกว่ามันเป็นเรื่องง่าย


ตอนที่ 4 - 2019-7-11
- สูเราะฮ์กำลังพูดถึงความมหัศจรรย์ของบรรดานบี หลังจากที่พวกมุชริกีนร้องขอให้ท่านนบีแสดงหลักฐานว่าท่านเป็นนบีจริง
- เรื่องราวของพวกอ๊าดที่เป็นประชาชาติของนบีฮูด
- การลงโทษของอัลลอฮ์คือคำเตือน
- คำเตือนเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ ทำให้เรานึกถึงตัวเองและทบทวนสิ่งที่เราต้องทำ
- หลังจากนั้นอัลลอฮ์ก็พูดถึงพวกษะมูดของนบีศอลิห์
- พวกษะมูดไม่เชื่อนบีของพวกเขา อัลลอฮ์ตอบโต้ว่าสักวันหนึ่งพวกเขาจะรู้ว่าใครกันแน่ที่โกหก
- การที่คนอื่นไม่เชื่อเราเป็นเรื่องที่ไม่ได้แปลกในกระบวนการทำงานเพื่ออิสลาม
- กาลเวลาเป็นตัวพิสูจน์ให้เห็นว่าสิ่งที่อัลลอฮ์บอกเรานั้นย่อมเป็นจริงเสมอ
- บทลงโทษของพวกษะมูดคือการทดสอบพวกเขาด้วยอูฐตัวหนึ่ง
- อัลลอฮ์ลงโทษพวกษะมูดด้วยเสียง อานุภาพของเสียงสามารถเป็นการลงโทษมนุษย์ได้
- ชื่อของการลงโทษพวกษะมูดตามลักษณะต่างๆ
- การลงโทษของประชาชาติก่อนหน้านี้อาจจะเกิดขึ้นในยุคของเราได้เช่นกัน คำเตือนเหล่านี้จึงทำให้เราได้ระวังตัว


ตอนที่ 5 - 2019-7-18
- แต่ละประชาชาติที่ถูกทำลายมีอาชญากรรมที่แตกต่างกัน ซึ่งล้วนเป็นแม่แบบของความชั่วร้ายที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
- บาปของพวกนบีลูฏคือความผิดด้านความสัมพันธ์ทางเพศกับเพศเดียวกัน
- วิเคราะห์ปัญหาเรื่องความสัมพันธ์เพศเดียวกันในสมัยนบีลูฏกับภาพที่เห็นในปัจจุบัน
- การลงโทษพวกนบีลูฏ ครอบครัวของท่านปลอดภัยยกเว้นภรรยาของนาง
- อัลลอฮ์เรียกความปลอดภัยนี้ว่าเป็นนิอฺมัตจากพระองค์
- นิอฺมัตที่อัลลอฮ์ประทานให้ พระองค์เลือกให้กับคนที่รู้จักขอบคุณ
- ต้องรู้จักขอบคุณอัลลอฮ์พระองค์ก็จะทรงปกป้องเขา
- อัลลอฮ์ทรงลงโทษพวกนบีลูฏโดยไม่เหลือสิ่งใดทิ้งไว้เลย
- เมื่อเล่าเรื่องราวจบ พระองค์ก็ถามว่าเราได้บทเรียนอะไรบ้างจากเรื่องที่พระองค์เล่าให้ฟัง
- เราสามารถที่จะเปรียบเทียบสภาพที่อัลลอฮ์เล่าให้ฟังกับสิ่งที่เราเห็นจริงในปัจจุบันและถอดบทเรียนอะไรได้บ้าง
- อ่านอัลกุรอานแล้วให้ได้บทเรียน
- ช่วงสุดท้ายพูดถึงการลงโทษฟิรเอาน์และพรรคพวกที่ไม่เคยได้รับบทเรียน จนในที่สุดก็โดนการลงโทษจากอัลลอฮ์
- ดุอาอ์ของผู้โดนอธรรม ที่ปรับมาจากสำนวนในอายะฮ์ที่พูดถึงการลงโทษฟิรเอาน์


ตอนที่ 6 - 2019-8-1
- ที่อัลลอฮ์ยกเรื่องราวของประชาชาติที่ถูกทำลายมาเล่าเพื่อให้พวกกุเรชได้สำนึกตน
- พระองค์ถามว่าระหว่างพวกเจ้ากับประชาชาติก่อนหน้านี้ ใครที่แข็งแรงและมีอำนาจกว่า
- เทียบกันแล้วคนก่อนหน้านี้ย่อมแข็งแรงกว่า แต่อัลลอฮ์ก็ทำลายพวกเขามาแล้ว ดังนั้นพวกเจ้าจะโอหังกับพระองค์ทำไม เพราะพวกเจ้าอ่อนแอกว่าพวกเขาเยอะนัก
- คำถามข้อสองที่อัลลอฮ์ถามพวกกุเรชคือพวกเจ้ากล้าที่จะอ้างว่ามีประกาศจากพระองค์อัลลอฮ์ที่บอกว่าพวกเจ้าเป็นผู้ที่รอดพ้นจากนรกกระนั้นหรือ
- หรือพวกเจ้าอ้างว่า พวกเจ้าจะชนะชาวมุสลิม
- อายะฮ์นี้ถูกประทานที่มักกะฮ์ซึ่งยังไม่มีบทบัญญัติการญิฮาด แต่อัลกุรอานบอกล่วงหน้าแล้วว่าพวกกุเรชจะพ่ายแพ้
- อายะฮ์นี้เกิดขึ้นจริงเมื่อถึงสงครามบะดัร เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าสิ่งที่อัลลอฮ์พูดนั้นล้วนเกิดขึ้นจริง
- การลงโทษในอาคิเราะฮ์ที่หนักหนากว่ารอพวกเขาอยู่อีกรอบหนึ่งด้วย
- ลงโทษในดุนยาเพื่อให้สำนึก แต่ลงโทษในอาคิเราะฮ์ไม่ใช่เพื่อให้สำนึกอีกต่อไป แต่เพื่อให้สาสมกับความผิดที่ทำลงไป
- การลงโทษในนรกที่ถูกเผาให้ร้อนจนถึงขีดสุด ถูกลากให้เดินบนใบหน้า และถูกกล่าวซ้ำเติมให้เจ็บช้ำอย่างต่ำต้อยที่สุด
- ท้ายสูเราะฮ์ อัลลอฮ์ทวนซ้ำและย้ำถึงกฎแห่งเกาะดัรอีกครั้งหนึ่ง
- ทบทวนบทเรียนว่าด้วยการศรัทธาต่อเกาะดัร จะช่วยคลายปัญหาชีวิต
- ใครที่ถอดบทเรียนเรื่องเกาะฎออ์และเกาะดัรได้ เขาจะปรับชีวิตให้อยู่กับปัญหาได้
- มองทุกอย่างให้เห็นถึงเนื้อแท้ของเกาะดัร
- อัลลอฮ์สามารถเปลี่ยนทุกอย่างได้ในพริบตาเดียว ไม่ว่าจะเป็นความทุกข์ที่สะสมมาของเรา พระองค์แก้ได้ในครู่เดียว หรือบาปของเราที่ทำมาเยอะและประวิงการกลับตัวมาตลอดพระองค์ก็สามารถลงโทษเราได้ในครั้งเดียวเท่านั้น
- เมื่อพวกเขาไม่สามารถเอาบทเรียนได้ไม่ว่าจากอัลกุรอานหรือเรื่องราวของประชาชาติที่ถูกทำลายก่อนหน้านี้ ก็สมควรแล้วที่ต้องได้รับโทษ
- ทั้งเรื่องเล็กและเรื่องใหญ่อัลลอฮ์จะจดบันทึกไว้หมดสิ้น และจะมีมลาอิกะฮ์คอยตามอย่างละเอียด
- ระวังบาปเล็ก เพราะอัลลอฮ์ให้มีผู้ติดตามทวงบาปเล็กเหล่านี้ เช่นการไม่ชำระปัสสาวะให้สะอาด ที่เป็นสาเหตุการได้รับโทษในหลุมฝังศพ
- บาปเล็กเหล่านี้จะถูกลบไปเองหากเราทำความดีอย่างสม่ำเสมอ
- สองอายะฮ์สุดท้ายเป็นการให้กำลังใจผู้ศรัทธา
- ผู้ยำเกรงต่ออัลลอฮ์จะได้รับตำแหน่งในสวรรค์ซึ่งเป็นตำแหน่งที่แท้จริง
- แย่งกันเถิดตำแหน่งในดุนยา แต่ตำแหน่งจริงในอาคิเราะฮ์ไม่ต้องคอยแก่งแย่ง
- จะเอาสวรรค์ชั้นไหน คฤหาสน์กี่หลัง สวนกี่แห่ง ในสวรรค์ เราสามารถคว้าได้ด้วยการมุ่งหาตำแหน่งในสวรรค์โดยไม่ต้องแก่งแย่งเหมือนการแก่งแย่งในดุนยา

วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

สรุปเนื้อหาตัฟซีร สูเราะฮฺ อัร-เราะห์มาน




ฟังทาง SoundCloud ที่นี่



ตอนที่ 1 - 2019-3-21
- ชื่อสูเราะฮฺ เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสูเราะฮฺจากวีรกรรมของอิบนุ มัสอูด
- ชาวมุชริกีนอ้างว่าพวกเขาไม่รู้จัก อัร-เราะห์มาน พระองค์จึงประทานสูเราะฮฺนี้ลงมาตอบโต้พวกเขา
- สิ่งแรกที่อัลลอฮฺอธิบายบุญคุณของพระองค์คือ ทรงสอนอัลกุรอาน ก่อนที่จะพูดถึงการสร้างมนุษย์ด้วยซ้ำ
- อัร-เราะห์มาน มาจากความเมตตาของพระองค์ อัลลอฮฺเป็นเราะห์มัด อัลกุรอานเป็นเราะห์มัต ท่านนบีก็เป็นเราะห์มัต
- ทรงสร้างมนุษย์ในรูปลักษณ์ที่สวยงาม
- ทรงสอนให้มนุษย์สื่อสารด้วยการใช้คำพูดได้
- นิอฺมัตการพูดได้เป็นความมหัศจรรย์และความเมตตาอย่างหนึ่งที่อัลลอฮฺประทานให้กับมนุษย์
- ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ โคจรอย่างเป็นระบบละเอียดอ่อน
- ท้องฟ้าและแผ่นดิน ความสมดุลในการสร้างของอัลลอฮฺ เป็นความเมตตาประการหนึ่งของพระองค์
- อัลลอฮฺพูดถึงความยุติธรรมสามครั้งในต้นสูเราะฮฺนี้
- แผ่นดินของอัลลอฮฺเต็มไปด้วยพืชต่างๆ หลายแบบหลายชนิด ที่แสดงถึงความเมตตาของพระองค์อย่างชัดเจน
- หะดีษที่ท่านนบีพูดถึงญิน ที่ได้กล่าวขานรับต่อคำถามของอัลลอฮฺในสูเราะฮฺอัร-เราะห์มาน

ตอนที่ 2 - 2019-3-28
- คำถามที่อัลลอฮฺถามทวนซ้ำ 31 ครั้งในสูเราะฮฺอัรเราะห์มาน แบ่งเป็นกลุ่มอายะฮฺต่างๆ
- ลงลึกในรายละเอียดการสร้างมนุษย์
- การสร้างมนุษย์จากดิน ในรูปแบบและขั้นตอนต่างๆ
- การสร้างญินจากไฟ และคำกล่าวอ้างของพวกมันว่าไฟดีกว่าดิน
- ตะวันออกและตะวันตก ในรูปเอกพจน์ ทวิพจน์ และพหูพจน์ ที่ถูกระบุในอัลกุรอาน หมายถึงอะไรบ้าง
- ความมหัศจรรย์ของอัลกุรอานที่อธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ ได้สอดคล้องกับความเป็นจริง
- อายะฮฺที่กล่าวถึงทะเลสองแบบที่ไม่ล้ำเส้นกันและกัน
- เครื่องประดับที่ทำจากไข่มุกและหินปะการัง ซึ่งล้วนเอามาจากทะเล
- เรือสำเภาที่แล่นอยู่ในทะเลดูใหญ่โตเหมือนภูเขา สามารถลอยอยู่เหนือน้ำได้
- เมื่อเห็นนิอฺมัตต่างๆ แล้วให้นึกถึงสูเราะฮฺนี้ ให้นึกถึงคำถามที่อัลลอฮฺทวนซ้ำแล้วซ้ำอีกในสูเราะฮฺนี้

ตอนที่ 3 - 2019-4-4 
- พูดถึงกลุ่มอายะฮฺที่กล่าวถึงความเป็นเอกของอัลลอฮฺ และการที่ทุกอย่างจะสูญสลายนอกจากพระองค์เท่านั้น
- นิอฺมัตต่างๆ ที่เราใช้ในดุนยา มันสะท้อนอะไรกลับมายังเราบ้าง ในเมื่อสุดท้ายทุกอย่างจะสูญสลาย เราจะใช้ประโยชน์อย่างไรให้เกิดคุณที่ถาวร
- การพึ่งอัลลอฮฺในทุกๆ ด้านของชีวิต มีพระองค์เท่านั้นที่จำเป็นต้องพึ่งพิง
- พระองค์ผู้ทรงให้ ผู้ทรงปกปิดบาปของเรา ผู้ทรงอภัย และจัดการทุกอย่างของเรา
- ความสำคัญของอัซการเช้าเย็น ที่บรรจุดุอาอ์ต่างๆ ที่จำเป็นไว้แล้วอย่างครอบคลุม
- อัลลอฮฺจะคอยดูแลเรื่องราวต่างๆ ที่บ่าวของพระองค์ร้องเรียนทุกวัน
- เวลาที่เราขอดุอาอ์พยายามพิจารณาดูความหมายของมันให้ดี เพราะมันล้วนเกี่ยวข้องกับอะกีดะฮฺระดับลึกทั้งสิ้น
- บรรยายความสำคัญของการขอดุอาอ์ และมีเทคนิควิธีอย่างไรในการขอดุอาอ์ให้มีประสิทธิภาพ
- การสร้างความตระหนักให้เห็นถึงการเชื่อมโยงกับอัลลอฮฺด้วยการขอดุอาอ์ในทุกสถานการณ์และช่วงเวลา
- รายละเอียดต่างๆ ที่เป็นประเด็นปลีกย่อยในการขอดุอาอ์ เช่น การขอดุอาอ์ในภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาอาหรับ
- ในวันอาคิเราะฮฺอัลลอฮฺจะทรงมุ่งเฉพาะในเรื่องของการคิดบัญชีมนุษย์ทั้งปวง
- อัลลอฮฺท้าทายว่าหากมนุษย์สามารถหนีจากพระองค์ได้ ก็ให้พวกเขาลองทำได้เลย
- แต่พระองค์ก็ประกาศว่า ถึงอย่างไรมนุษย์ก็มิอาจจะทำได้ พระองค์เตรียมสิ่งที่จะลงทัณฑ์พวกเขาไว้แล้ว
- การพูดถึงการลงโทษของอัลลอฮฺตามที่ผ่านมา จะถือว่าเป็นนิอฺมัตได้อย่างไร ต้องเปลี่ยนมุมมองแบบไหนเพื่อให้เห็นว่าเป็นนิอฺมัต

ตอนที่ 4 - 2019-4-11
- กลุ่มอายะฮฺที่พูดถึงความสามารถของพระองค์อัลลอฮฺในวันอาคิเราะฮฺ
- ท้องฟ้าจะหลอมละลายกลายเป็นสีแดง
- วันอาคิเราะฮฺ มนุษย์จะไม่ถูกถามถึงบาปของตัวเอง หมายถึงอะไร?
- คนที่มีความผิดและเป็นผู้ปฏิเสธ จะมีเครื่องหมายรู้ได้ชัดเจน
- สภาพการลงโทษของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาในนรก
- ชาวนรกจะต้องวนเวียนอยู่ระหว่างไฟและน้ำร้อน
- หลังจากนั้นอัลลอฮฺก็พูดถึงชาวสวรรค์และความสุขสบายที่พวกเขาจะได้รับ
- ความหมายของสวรรค์สองแห่ง หมายถึงอะไร
- อธิบายนิอมัตต่างๆ ที่อัลลอฮฺเตรียมไว้สำหรับชาวสวรรค์ ซึ่งจะมีความหลากหลายและไม่น่าเบื่อ
- ให้หัวใจได้ใช้สิทธิในการรู้จักสวรรค์ อย่าให้หัวใจบอบช้ำเพราะรับฟังแต่เรื่องที่ก่อมลพิษให้กับหัวใจ
- อย่าให้สื่อทำให้เราไปต่อไม่ไหวเพราะหัวใจบอบช้ำ
- รับฟังเรื่องสวรรค์ เพื่อให้กำลังใจที่ทำให้เราอยากกลับสูสวรรค์

ตอนที่ 5 - 2019-4-18
- ตอนสุดท้ายของสูเราะฮฺ อัร-เราะห์มาน
- พูดถึงสวรรค์อีกสองสวรรค์ที่อัลลอฮฺเตรียมไว้ซึ่งมีระดับชั้นที่ต่ำกว่าสองสวรรค์แรก
- ภรรยาชาวสวรรค์จะไม่มองใครนอกจากสามีของนางเท่านั้น
- ผู้หญิงชาวสวรรค์จะเป็นสาวอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะมีความสัมพันธ์กับสามีของนางแล้วก็ตาม
- ยากูต (ทับทิม) และ มัรญาน (อัญมณีจากปะการังสีแดง) เป็นอัญมณีที่อัลลอฮฺเปรียบเปรยผู้หญิงชาวสวรรค์
- คนที่ทำดีในโลกดุนยา ย่อมจะได้รับผลตอบแทนเป็นสิ่งที่ดีในโลกอาคิเราะฮฺ
- การเชื่อมโยงระหว่างสูเราะฮฺ อัร-เราะห์มาน กับ สูเราะฮฺ อัล-วากิอะฮ์ ด้วยเรื่องราวของสวรรค์
- เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการอธิบายสองสวรรค์แรก และสองสวรรค์หลัง
- เหตุใดที่อัลลอฮฺยกอินทผลัมกับทับทิมมายกตัวอย่างผลไม้ในสวรรค์
- อธิบายคุณลักษณะของนางสวรรค์
- พรมและเบาะของชาวสวรรค์
- การเรียนรู้เรื่องสวรรค์ต้องอ่านเพิ่มเติมจากหะดีษ เพราะมีรายละเอียดอื่นอีกเยอะ
- ปลุกหัวใจให้อยากจะเป็นชาวสวรรค์
- อย่าให้หัวใจของเราบอบช้ำจากการรับฟังสิ่งแรงๆ ทำลายความรู้สึก เรื่องด้านลบจนอ่อนล้า
- นี่เป็นเหตุผลที่อัลลอฮฺพูดถึงสวรรค์มากกว่าพูดถึงนรกในสูเราะฮฺ อัร-เราะห์มาน
- คำพูดเชิงบวกมีผลต่อหัวใจที่จะต่อสู้ความยากลำบากในโลกดุนยานี้เพื่อเดินทางสู่สวรรค์
- พระนามอัรเราะห์มาน คือพระนามที่บะเราะกะฮฺยิ่ง น่ากลัวมากถ้าผู้ศรัทธาไม่รู้จักพระนามนี้
- บทสรุปสั้นๆ เพื่อเตือนให้ระลึกถึงพระนามอัร-เราะห์มาน




วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2562

โซเชียลมีเดียกับความเศร้า และทางนำจากอัลกุรอาน



สังคมโซเชียลมีเดียออนไลน์ เป็นสาเหตุของโรคเศร้าได้อย่างไร มีบทความและงานวิจัยที่อธิบายเรื่องนี้ไว้ให้ลองพิจารณาในมุมมองของการบำบัดทางจิตเวช ลองคลิกอ่านจากลิงก์พวกนี้

ในมุมมองของอัลกุรอาน ความเศร้าครั้งแรก เกิดขึ้นในสวรรค์ กับพ่อแม่ของเรา เมื่อชัยฏอนล่อลวงพวกเขา และสุดท้ายอัลลอฮฺให้พวกเขาก้าวข้ามความเศร้านี้มาได้อย่างไร ลองฟังดู