วันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2552

ยิวกับปาเลสไตน์ ภาพสะท้อน ฟิรเอาน์กับมูซา อะลัยฮิสลาม

وَقَالَ الْمَلأُ مِن قَوْمِ فِرْعَونَ أَتَذَرُ مُوسَى وَقَوْمَهُ لِيُفْسِدُواْ فِي الأَرْضِ وَيَذَرَكَ وَآلِهَتَكَ قَالَ سَنُقَتِّلُ أَبْنَاءهُمْ وَنَسْتَحْيِـي نِسَاءهُمْ وَإِنَّا فَوْقَهُمْ قَاهِرُونَ (127) قَالَ مُوسَى لِقَوْمِهِ اسْتَعِينُوا بِاللّهِ وَاصْبِرُواْ إِنَّ الأَرْضَ لِلّهِ يُورِثُهَا مَن يَشَاءُ مِنْ عِبَادِهِ وَالْعَاقِبَةُ لِلْمُتَّقِينَ (128) قَالُواْ أُوذِينَا مِن قَبْلِ أَن تَأْتِينَا وَمِن بَعْدِ مَا جِئْتَنَا قَالَ عَسَى رَبُّكُمْ أَن يُهْلِكَ عَدُوَّكُمْ وَيَسْتَخْلِفَكُمْ فِي الأَرْضِ فَيَنظُرَ كَيْفَ تَعْمَلُونَ (129) وَلَقَدْ أَخَذْنَا آلَ فِرْعَونَ بِالسِّنِينَ وَنَقْصٍ مِّن الثَّمَرَاتِ لَعَلَّهُمْ يَذَّكَّرُونَ (130) (الأعراف)

เมื่อครั้งที่มูซาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นศาสนทูต อัลลอฮฺได้มีบัญชาให้มูซาเข้าไปหาฟิรเอาน์เพื่อเรียกร้องสิทธิความเป็นธรรมแก่ชาวยิวที่ถูกกระทำอธรรมและทรมานทรกรรมภายใต้การปกครองของฟิรเอาน์ และเรียกร้องให้ฟิรเอาน์ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ

ฝ่ายฟิรเอาน์เมื่อเห็นเช่นนั้นก็ได้เย้นหยันมูซา และท้าทายให้มูซาแสดงหลักฐานความเป็นนบีให้เห็น มูซาจึงได้แสดงมุอฺญิซาต(หลักฐานที่เป็นความมหัศจรรย์)ด้วยการขว้างไม้เท้าให้กลายเป็นงู และหลักฐานอื่นๆ อีกบางอย่างให้เห็น

กระนั้นฝ่ายฟิรเอาน์ก็เย้ยหยันอีกว่านี่เป็นมายากลแท้ๆ ไม่ใช่หลักฐานแสดงความจริงแต่อย่างใด จึงได้รวบรวมเหล่านักมายากลและนักไสยศาสตร์มาต่อสู้กับมูซา ผลสุดท้าย สัจธรรมก็มีชัยเหนือความจอมปลอม เหล่านักมายากลพวกนักแพ้อย่างราบคาบ และได้รู้ในทันทีว่าสิ่งที่มูซาพูดนั้นเป็นความจริง พวกนักมายากลทั้งหมดจึงยอมรับมูซาและศรัทธาต่ออัลลอฮฺ

ฟิรเอาน์ยังไม่พอใจ กล่าวหาเหล่านักมายากลนั้นสุมหัวกับมูซาเพื่อก่อกบฎต่อต้านตน ความไม่พอใจดังกล่าวนำไปสู่การขู่ที่จะทรมานพวกเขา แต่ศรัทธาที่เชื่อมั่นของนักมายากลเหล่านั้นไม่ได้ทำให้พวกเขาสะทกสะท้านแต่อย่างใด กลับทำให้พวกเขายิ่งเชื่อมั่นในอัลลอฮฺมากยิ่งขึ้น

(ดูในสูเราะฮฺ อัล-อะอฺรอฟ 7:103-126)

จากนั้น เรื่องราวในอายะฮฺที่ยกมาข้างต้นก็เริ่มขึ้น ...

เหล่าเสนาบดีของฟิรเอาน์ถามฟิรเอาน์ว่า "ท่านจะปล่อยมูซาและพวกพ้องวงศ์วานอิสรออีลของเขาไว้เพื่อก่อความเสียหายในแผ่นดินกระนั้นหรือ จะให้พวกเขาละเลยไม่ใส่ใจต่อท่านและสิ่งเคารพสักการะของท่านกระนั้นหรือ ?"

ฟิรเอาน์จึงประกาศอย่างโอหังว่า "เราจะฆ่าบรรดาลูกชายของพวกเขา และจะไว้ชีวิตบรรดาหญิงของพวกเขา แท้จริงเราเป็นผู้มีกำลังอำนาจเหนือพวกเขา"

มูซาได้กล่าวแก่พวกพ้องของท่านว่า "จงขอความช่วยเหลือต่ออัลลอฮ์เถิด และจงอดทนด้วย แท้จริงแผ่นดินนั้นเป็นสิทธิของอัลลอฮ์ ซึ่งพระองค์จะทรงให้มันสืบทอดแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ จากปวงบ่าวของพระองค์ และบั้นปลายนั้นย่อมเป็นของผู้ยำเกรงทั้งหลาย"

หมู่ชนบนีอิสรออีล ตอบท่านนบีมูซา(ด้วยความสิ้นหวัง)ว่า "พวกเราได้รับการทารุณทั้งก่อนที่ท่านจะมายังพวกเรา และหลังจากที่ท่านได้มายังเราแล้ว (หมายถึงตั้งแต่ท่านเกิดจนกระทั่งท่านโตเป็นผู้นำเรา)"

ท่านนบีมูซาจึงตอบว่า "หวังว่าพระเจ้าของพวกท่านจะทรงทำลายศัตรูของพวกท่าและจะทรงให้พวกท่าสืบช่วงแทนในแผ่นดิน แล้วพระองค์จะทรงดูว่าพวกท่านจะทำอย่างไร?"

ไม่น่าเชื่อว่าภาพเหตุการณ์การถล่มฉนวนกาซ่าของยิวไซออนิสต์ ณ วินาทีนี้ จะสะท้อนภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในอดีตสมัยท่านนบีมูซา อะลัยฮิสลาม กับฟิรเอาน์ (ฟาโรห์) แทบจะไม่ผิดเพี้ยน เพียงแต่เปลี่ยนตัวละครเล็กน้อย จากเดิมที่ยิวเคยเป็นพระเอก ให้จับเอาพระเอกมารับบทผู้ร้ายแทน

ในที่สุด อัลลอฮฺก็ได้ช่วยให้วงศ์วานอิสรออีลรอดพ้นจากฟิรเอาน์

وَلَقَدْ أَخَذْنَا آلَ فِرْعَونَ بِالسِّنِينَ وَنَقْصٍ مِّن الثَّمَرَاتِ لَعَلَّهُمْ يَذَّكَّرُونَ (130)
"และแน่นอนเราได้ลงโทษวงศ์วานของฟิรอาวน์ด้วยความแห้งแล้ง และขาดแคลนผลไม้ต่างๆ เพื่อว่าพวกเขาจะได้รำลึก"

เราท่านทั้งหลาย ได้รับบทเรียนอะไรบ้างจากภาพสะท้อนนี้ ??

วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ความเสียหายบนแผ่นดิน ... ภาวะของสภาพไร้ศรัทธา

فَلَوْلاَ كَانَ مِنَ الْقُرُونِ مِن قَبْلِكُمْ أُوْلُواْ بَقِيَّةٍ يَنْهَوْنَ عَنِ الْفَسَادِ فِي الأَرْضِ إِلاَّ قَلِيلاً مِّمَّنْ أَنجَيْنَا مِنْهُمْ وَاتَّبَعَ الَّذِينَ ظَلَمُواْ مَا أُتْرِفُواْ فِيهِ وَكَانُواْ مُجْرِمِينَ ،ـ سورة هود : 116

ความว่า "ดังนั้น ในศตวรรษก่อนจากพวกเจ้า น่าจะมีปัญญาชนช่วยกันห้ามปรามการบ่อนทำลาย(สร้างความเสียหาย)ในแผ่นดิน เว้นแต่จำนวนน้อยเท่านั้น(คือคนที่ทำหน้าที่เช่นนั้นมีอยู่แต่ไม่มาก) จากผู้ที่เราได้ช่วยพวกเขาให้รอดพ้น และบรรดาผู้อธรรมได้ปฏิบัติตามสิ่งที่พวกเขาถูกให้อยู่ในความสำราญ พวกเขาจึงเป็นผู้กระทำผิด"

อายะฮฺนี้คือบทสรุปที่สำคัญข้อหนึ่งของ "หน้าที่ของบรรดานบี" ซึ่งถูกกล่าวถึงหลายท่านในสูเราะฮฺฮูด ...

นบี ทุกคนถูกส่งให้มีหน้าที่ ห้ามปรามการสร้างความเสียหายบนหน้าแผ่นดินของอัลลอฮฺ และเราก็จะพบว่า ประชาชาติของนบีแต่ละท่านนั้นสร้างความเสียหายบนแผ่นดินในรูปแบบที่หลากหลาย แตกต่างกัน แต่จุดกำเนิดของความเสียหายเหล่านั้นมาจากจุดเดียวกันคือ "การไม่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ"

เมื่อ ไม่ศรัทธา บางพวกจึงทำตนโอหัง(เช่นพวกอ๊าดประชาชาติของนบีฮูด และฟิรเอา์น์ในยุคของนบีมูซา) บางพวกจึงสมสู่ผิดเพศ(พวกของนบีลูฏ)เป็นความเสียหายด้านจริยธรรมที่หนักหนา ยิ่ง บางพวกจึงกล้าโกงตาชั่ง(พวกของนบีชุอัยบ์)สร้างความเสียหายด้านเศรษฐกิจ ฯลฯ

เพราะฉะนั้น สารแห่งการเชิญชวนเรียกร้องของบรรดานบีทั้งหมดจึงโฟกัสที่ เรียกร้องให้ประชาชาติทั้งหมดศรัทธาต่ออัลลอฮฺ เพราะด้วยแรงศรัทธาหรืออีมานเท่านั้นที่สามารถควบคุมมนุษย์ไม่ให้สร้างความ เสียหายบนหน้าแผ่นดินได้

เฉกเช่นเดียวกับปัจจุบันนี้ ความเสียหายทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะผู้คนไร้ศรัทธา เมื่อไร้ศรัทธาจึงไม่ยำเกรงต่ออัลลอฮฺ ไม่นึกถึงโลกหน้าอีกโลกหนึ่ง ชีวิตมีเพียงโลกนี้ จึงพร่ำหาความสุขสบายทุกอย่างที่หาได้โดยไม่คำนึงถึงสิ่งใดอื่นอีกแล้ว มนุษย์ที่เมื่อถูกวัตถุนิยมและบริโภคนิยมเข้าครอบงำ ย่อมทำได้ทุกอย่างเพื่อความสำราญของอารมณ์ดิบและความต้องการของแรงตัณหา ... การต้านทานสิ่งเหล่านี้มีอยู่หนทางเดียว คือ กลับไปหาอัลลอฮฺ

สารแห่งดะอฺวะฮฺของเราจึงชัดเจนยิ่งว่า "เราต้องเรียกร้องและเชิญชวนให้มนุษย์กลับไปหาอัลลอฮฺ"
หากไม่ต้องการเห็นความเสียหายระบาดไปทั่วแผ่นดินเยี่ยงที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ...

วัลลอฮฺ อะอฺลัม ..

หมายเหตุ เรื่องราวการดะอฺวะฮฺของบรรดานบี ถูกกล่าวถึงอย่างน้อยในสามสูเราะฮฺหลักๆ คือ สูเราะฮฺ อัล-อะอฺรอฟ, สูเราะฮฺ ฮูด และสูเราะฮฺ อัช-ชุอะรออ์